จดหมายลับ

10 11 2008

“ฮ่าๆๆ สมบัติ!สมบัติ! ไม่มีใครหยุดเราได้อีกแล้ว!” เกรียนไอเอ็นดับบริวนั่งหัวเราะอยู่ในห้องสมบัติห้องใหญ่ของเรือ ในห้องสมบัติของเรือ เกรียนครึ่งหัว เต็มไปด้วยเพรชนิลจินดาและปัตตาเลี่ยนกองสูงท่วมหัว 

แผนดักควายที่หมู่เกาะประมูลใช้ได้ดีจริงๆ วันนี้ทั้งวันมีเรือมากมายเดินทางอ้อมหลังเกาะร้างและพบกับโจรสลัดเกรียนครึ่งหัว ผู้ที่ไม่สามารถต่อสู้ก็ไม่อาจหักเรือทันโดนจับไถเกรียนกันไปเป็นแถบๆสร้างความน่าอายยิ่ง 

พวกที่ฮึดสู้ก็มีบ้างแต่ไม่มากเท่าพวกที่ยอม เพราะคนที่สู้แพ้ก็จะถูกโยนลงไปในกรงฉลามเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู โจรใจหยาบใช้ปัตตาเลี่ยนตัดผมทุกคนให้เกรียนหมดผู้หญิงก็ไม่ยกเว้น 

ส่งผลให้ความอำมหิตของมันยิ่งเป็นที่เลื่องลือขจรกระจายออกไปทั่วมหาสมุทร 

“ท่านกัปตันช่างหลักแหลมแผนดักควายเช่นนี้ใช้ได้ดียิ่งนัก เราดักเรือได้มากกว่าเดิมเท่าตัวทีเดียว”องค์รักษ์หัวเกรียนหน้าตาตี่ไว้ผมเปียแบบแมนจูยกยอในความเกรียนเหนือใครของเกรียนinw 

เกรียนinwยิ้มแก้มปริ “นั่นสิ กัปตันคิดแผนการณ์ล้ำลึกเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าน้อยนับถือ” องค์รักษ์นักเลียที่มีผมทรงแมนจูอีกคนกล่าว กัปตันเกรียนinw ยิ้มแฉ่งปากฉีกถึงใบหูคล้ายจูดาสพริสต 

“ดี!ดี! ปล่อยข่าวออกไปอีก! ว่าน้องอ้าม สุดยอดนางแบบจมูกเทียมของเผ่าHจะมาถายแบบวาบหวิวที่เกาะร้างนี่ คราวนี้คงจะดักควายได้หลายตัว” กัปตันเกรียนinwวางแผนต่อไป ช่างน่าตบกระโหลกยิ่งนัก 

“แล้วเรือที่หนีไปได้จะทำไงคะกัปตัน?”โลล่า นักดนตรีสาวคนเดียวบนเรือหัวเกรียนแกล้งยั่วอารมณ์กัปตันเรือ “บัดซบ!เกรียนinwไม่เคยพลาดมาก่อนเราต้องจัดการมันแน่”เกรียนinwคำรามอย่างโกรธแค้น 

“แล้วเราจะไม่จอดดักควายอยู่ที่นี่ก่อนเหรอกัปตัน?” เกรียนซุนเช่อ นักวางแผนประจำเรือเกรียนครึ่งหัวกล่าวเตือนสติ “แล้วท่านเกรียนซุนมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างหละ”กัปตันเริ่มสงบสติลงได้ถามความเห็น 

เกรียนแก่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “เราควรจะใช้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาทัณฑ์ของเราให้เป็นประโยชน์ ถึงมันจะไม่ค่อยเก่งแต่ความเลวของพวกมันใช้ได้ทีเดียว มันคงช่วยถ่วงเวลาเรือลำนั้นและส่งข่าวมาที่เราได้บ้าง 

เราจะได้ตามล่าพวกมันง่ายขึ้น”เกรียนซุนเช่อ เสนอแผนการที่ทำให้ไม่เสียโอกาสในการดักควายและตามล่า “ความหมายของท่านเกรียนซุนคือ…”กัปตันเอ่ยเหมือนเข้าใจความนัย

“ท่านเข้าใจถูกแล้วกัปตัน ติดต่อฟรักแม้ว” ที่แท้ฟรักแม้วก็เป็นพันธมิตรลับๆของพวกเกรียนครึ่งหัวนี่เอง มิน่าพวกโจรกระจอกฟรักแม้ว ที่ถูกเรียกว่าพวกดีแต่ปาก ถึงกล้าผงาดขึ้นมาในน่านน้ำแห่งนี้ 

กัปตันเกรียนinw เดินออกมาจากห้องสมบัติเดินไปออกคำสั่งลูกเรือฝ่ายส่งข่าว “เตรียมเพนกวินสื่อสาร(O_o!?มีด้วยเหรอ) เราจะส่งข่าวให้ฟรักแม้ว”ลูกเรือฝ่ายเลี้ยงสิ่งมีชีวิตเดินเข้าไปในกรงนก 

กลับออกมาพร้อมเพนกวินสีเทาอ้วนจ้ำม้ำตัวหนึ่ง ป๊าป!เกรียนinwตบกระโหลกเกรียนซ้ายของลูกน้อง “ตัวนี่มันเด็กไป เอาตัวโตกว่านี้ว้อยยยยยย!อย่าให้โกรธเด๋วเจอจับโยนลงกรงฉลาม!” 

ลูกน้องเกรียนตัวสั่นสะท้านรีบวิ่งเข้ากรงนกไปหยิบนกอ้วนตัวใหม่ออกมา นกเพนกวินอ้วนตัวใหม่ดีใจที่ได้ออกทำงานจึงเต้นแทปเตาะแตะๆอย่างยินดี”อืม ตัวนี้ใช้ได้ฟิตดี” 

กัปตันพิจรณาแล้วถือว่าผ่าน ไม่จับลูกน้องโยนเข้ากรงฉลาม เกรียนซุนเช่อหยิบจดหมายที่เขียนใส่ซองรูปปลาแฮริ่งก่อนยัดเข้าปากเพนกวินอ้วน ลูกเรืออีกคนเอาตอร์ปิโดมารัดสายหนังติดหลังนกเพนกวินไว้ 

เพนกวินอ้วนที่ถูกฝึกแล้วเต้นแทปเตาะแตะไปทีไม้ลื่นตรงขอบเรือ แทปๆๆ แทปๆๆ แทปๆ พอเต้นเตาะแตะมาถึงก็เอาท้องลื่นไม้ลื่นพุ่งปรีดลงทะเลไป “กิ๊บกริ้ว กิ๊บกริ้ว”เพนกวินน้อยลอยน้ำหันมาโบกมือ 

โลล่ายิ้มโบกมือตอบนกเพนกวินน้อยน่ารัก ก่อนที่มันจะหันไปแล้วกดครีบลงที่สวิสต์ตอปิโด 

ฟู้วววววว!~…………..นกเพนกวินติดตอร์ปิโดพุ่งหายไปในทิศตรงไปยังเกาะดารูมะอย่างรวดเร็ว





เหตุที่ออกเดินทาง

10 11 2008

subchapter1 บาลหน้าเหมือนใคร

เรือแอนนาริส ที่เพึ่งรอดจากการระดมยิงมาหมาดๆแล่นเข้าสู่ช่องกระแสลมหลักที่พัดไปยังเกาะดารูมะ ซึ่งพวกสลัดเกรียนครึ่งหัวก็ไม่ได้แล่นเรือตามมาแต่ประการใด จากการประชุมลูกเรือ 
มาซาฮิโระ(นักดนตรีบทน้อย)คาดการณ์ว่า โจรสลัดเกรียนครึ่งหัวคงจะจอดเรือรอดักควายที่เกาะร้างต่อ กัปตันราดิชผู้โชคดีที่โดนดักเป็นคนแรกหลบหนีมาได้ เพราะพวกมันเพิ่งเริมดักและยังยังตั้งตัวไม่ทัน 

จนกว่าจะถึงเกาะดารูมะ คงไม่มีอะไรที่หน้าเป็นห่วง นอกจากเพิร์ล (ทาเคโนะอุจิ)ที่มีฝีมือการต่อยตีเป็นเลิศแต่เมาเรือ กำลังนอนมือเท้าชาหงิกๆอยู่เนื่องจากปัดลูกปืนใหญ่ในตอนที่หก 

เรือแอนนาริสไม่มีหมอ!ทุกคนลืมคิดไปได้ยังไง(คนแต่งก็ลืม โต้ดค้าบ -/\-)เมื่อเรือเทียบท่าคงต้องหาหมอสักคนแล้ว เรือแอนนาริสล่องทะเลต่อไป 
6ชั่วโมงกว่าจะถึงเกาะดารูมะ ไม่มีโจรสลัด ไม่มีพายุ ไม่มีตัวประหลาดทะเล น่าเบือจริงๆ! บาล ฝน และมอริสก็อุดรูรั่วเสร็จแล้ว เรือเดินหน้าต่อไปโดยสะดวก 

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น………….. 

ยังไม่มีอะไร……………. 

เหมือนเดิม……………. 

โล่ง………………..

เห้ย………………ซ้ำ

เหอๆหลงอ่านมาตั้งนาน จู่ๆจะให้ถึงเกาะเลยก็กระไรอยู่ งั้นเก๊าะ ตัดไปที่ห้องประชุมเรือแอนนาริส 

ณ ห้องประชุมใต้ดาดฟ้าเรือแอนนาริส ทุกคนเข้ามาดูอาการของเพิร์ลที่นอนมือชาหงิกๆ ด้วยความเป็นห่วง ยกเว้นบาลคนเดียวที่เดินลงไปร้องไห้ใต้ท้องเรือร้องไห้ไปด้วยหยิบซากD.L.300มาทากาวต่อไปด้วย
เมื่อไม่มีหมอมาช่วยระงับความเจ็บ เพิร์ลจึงต้องนอนสั่นหงิกๆด้วยความทรมาน จากตัวชา+เมาเรือ กัปตันราดิช เรฟ และ เอมิ ก็จนปัญญาไม่รู้จะทำยังไง มอร์ริสช่างซ่อมจึงอาสาจะซ่อมเพิร์ลเดินไปหยิบค้อน

ไม้ปะเรือและตะปูมาตอกใส่เพิร์ล โป๊กๆๆ “อร๊าคคคคคค”เพิร์ลร้องโหยหวน “ป้าป!” กัปตันราดิชตบหัวเหม่งของพี่อิ๊ด(มอริส)ไปทีหนึ่งข้อหาเกรียนไม่รู้เวลา ฝนไม่รู้จะช่วยอะไรจึงไปหยิบพุดดิ้ง
ที่ทำให้แหยะๆดึ๊ยๆกว่าเดิมเพื่อให้กินง่ายมาป้อนเพิร์ล “ช่วยตูด้วย ตูเมาเรือ(TT_TT)ตูไม่อยากกิน”เพิร์ลจะอ้าปากบอก ทันทีที่อ้าปากฝนก็ตักพุดดิ้งยัดเข้ามาอย่างไม่รอช้า กับตันราดิชและเอมิ 

มัวแต่เป็นห่วงอาการตัวชาของเพิร์ล จึงลืมไปว่าเพิร์ลเมาเรือ ก็เลยไม่ได้ร้องห้ามฝนป้อนพุดดิ้งแด่ประการใด “อ้วย อู อ้วย อู เอา เอือ(TT_TT) อู ไอ อยาก อิน”เพิร์ลพยายามพูด แต่พุดดิ้งบรึ๊ยๆ
อุดอยู่เต็มปาก ฝนฟังรู้เรื่องแต่ตอนท้ายประโยค “ไม่กินไม่ได้นะคะ เดี๋ยวไม่หาย เนี่ยมีแต่ของบำรุงทั้งนั้น ไข่ นม น้ำตาล”ฝนยัดให้เพิร์ลกระเดือกลงไปจนหมดถ้วย ตอนนี้เพิร์ลมีสีหน้าม่วงขึ้นกว่าเดิม

ทุกคนลืมอะไรไปรึเปล่า?ไม่ลืมแน่นะ? บนเรือนี้ยังมีนักดนตรีอีกสองคนที่เพิ่งรับมาไง 

นักดนตรีสาวเชนด้าเดินมาที่เพิร์ล นั่งลงเหนือหัวแล้วค่อยๆอุ้มหัวเพิร์ลขึ้นมาหนุนตัก “อั๊ค…อ๊อคคค….กัปตัน ผมปวดท้อง” มาซาฮิโระอยากหนุนตักมั่งแสดงอาการสำออย 
“เออ ปวดเหมือนกัน” กัปตันราดิชคู้ตัวตาม เอมิจึงขอยืมสากกระเบือพรีเมี่ยมของเรฟมาฟาดพุงกะทิกัปตันราดิช และมาซาฮิโระ ไส้ติ่งแตกเลือดไหลออกปากซิบๆ “ทั้งคู่หายปวดกันรึยังคะ” 
“หายแล้ว จ้ะ อูยยยย”ทั้งคู่ตอบพร้อมกัน ตอนนี้ปวดจริงๆแล้ว เพิร์ลมีอาการดีขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากได้หนุนตักสาวH 

เชนด้าหยิบฮาร์ปประจำตัวขึ้น เริ่มร้องเพลงและใช้มือขวาดีดบรรเลงเบาๆเป็นเพลงกล่อมเด็ก ลาลาบาย มือซ้ายค่อยๆลูบหัวเพิร์ลไปด้วย 

ลู้~ลาหล่า~ลาล้า~ ลู้ ลาหล่าลาบ๊าย~ เสียงอันไพเราะของเชนด้าค่อยๆกล่อมเพิร์ลให้ผ่อนคลาย ตา ปรือลง…..ปรือลง….ปรือลง…..แล้วหลับไป 

“เพราะจังเลยค่ะเชนด้า”ฝนเอ่ยมากชมเปาะ กัปตันราดิชที่หลับไปก่อนเพิร์ลละเมอพยักหน้าเห็นด้วยหงิกๆ เชนด้ายิ้มเล็กน้อย 
ในเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ตอนที่ฝนยัดพุดดิ้งให้เพิร์ลกิน เชนด้าที่เป็นนักดนตรีมีประสาทหูที่ดีฟังออกว่าเพิร์ลพูดอะไรแต่ไม่ได้ห้ามฝนไว้ เพราะกลัวจะทำให้เธอเสียน้ำใจ 

บาลเดินหน้าเศร้าเข้ามาในห้องโถง อุ๊แม่เจ้า! บาลเห็นเพิร์ลนอนหนุนตักเชนด้าสาวHหลับปุ๋ย จึงออกอาการคลั่งHทันที “อั๊ค…อ๊อคคค….ปวดท้อง” เอมิเอาสากพรีเมี่ยมที่อยู่ในมือเขกกระโหลกบาลแก้ปวด 
“มาฟอร์มเดียวกันหมด พวกผู้ชาย ดีนะที่เรฟไม่เป็น” เอมิมองมาที่กุ๊กหัวมายองเนส ‘ที่จริงก็อยากไปหนุนด้วย’เรฟคิด 

“พอเสร็จจากเกาะดารูมะแล้ว เราจะเดินทางไปในทะเลส่วนที่ยังไม่มีในแผนที่ต่อเลยไหมจะได้รีบรวบรวมศิลาให้ครบ เพราะกว่าจะครบต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ไม่รู้”บาลถามเส้นทางเดินเรือกับเอมิ 
รวบรวมศิลา รวบรวมไปทำไม เรฟเกิดความสงสัยจึงถามขึ้น “เราจะเดินทางรวบรวมศิลาไปทำไมครับ” นั่นดิ จะรวบรวมหินพวกนั้นไปทำไม ลูกเรือคนอื่นก็คิดเหมือนกัน 

เอมิครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะตอบ จากการประเมินและลางสังหรณ์ของสาวเผ่าโปกเกอร์แล้ว ทั้งสี่คนนี้ไว้ใจได้ เอมิจึงเล่าตำนานลับที่มีน้อยคนนักที่จะล่วงรู้ให้ฟัง 
“แอนนาริสเป็นเรือลำที่สองของพวกเรา”เอมิเริ่มเล่า หันไปมองบาล กัปตันราดิช และเพิร์ล 

“เรือลำแรกของพวกเราชื่อว่า ไทตานิก เรือเดินทะเลขนาดใหญ่ที่เดินทางค้นพบปริศนามากมายในทะเล พวกเราเป็นลูกเรือของเรือลำนั้น มันเกิดขึ้นเมื่อ3ปีก่อน เอมิจำได้แม่นยำถึงเหตุการณ์ตอนนั้น 
ตอนที่ ไทตานิก ต้องจมลงสู่ก้นทะเล”เอมิเล่าเสียงเศร้า บาลนิ่งเงียบ ทุกคนตั้งใจฟัง ส่วนกัปตันยังหลับอยู่ “ลูกเรือของ ไทตานิก มากกว่าหนึ่งกองร้อย(55คน)กัปตันของเรือ เป็นพี่ชายฝาแฝดของบาล 
……………แจ็ค สแปโรว์”

subchapter2 วิหารคริสตัล

“เค้ารู้ๆๆๆๆ”

มาซาฮิโระนักดนตรีบทน้อย ด้วยความน้อยใจยกมือขึ้นโบกไปมาเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง “ที่มีข่าวว่าเรือสำรวจทะเลขนาดใหญ่ไปชนก้อนน้ำแข็งไง” มาซาฮิโระบอกข่าวที่เคยอ่านเจอตอนกำลังตกงาน

“นั่นเป็นสิ่งที่หลายๆคนเชื่อแต่เอมิว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงค่ะ ทะเลบริเวณนั่นมีก้อนน้ำแข็งมากก็จริง แต่ด้วยทักษะการเดินเรือไม่มีทางที่กัปตันแจ๊คจะชนได้เลยค่ะ”เอมิวิเคราะห์สถานการณ์ตอนนั้น

กัปตันแจ๊ค สแปโรว์ ที่มีค่า sail10 และลูกเรือฝีมือฉกาจมากมายจะเดินเรือไปชนก้อนน้ำแข็งที่ใหญ่จนทำให้เกิดรูรั่วขนาดที่ช่างทั่วเรือซ่อมไม่ทันเชียวหรือ เรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว

“มันต้องเป็นการทรยศของคนใน และเป็นบุคคลระดับสูงของกลุ่มด้วยค่ะ”การทรยศ? เพราะอะไรหละ? จะทรยศเรือที่ประสบความสำเร็จที่สุดแห่งยุคไปทำไม? คนทำจะได้อะไรขึ้นมา?

มาซาฮิโระคิดพิจรณาหลายแง่มุมในช่วงเวลาสั้นๆ “กัปตันแจ๊คคงไปค้นพบสมบัติอะไรเข้าสินะครับ?” มาซาฮิโระบอกบทสรุปความคิดที่ตัวเองรวบรวมได้เมื่อกี้ออกมา

“เป็นคำตอบที่ ถุ…ยิ…..ถุ”บาลยกมือชี้ขึ้นฟ้า มาซาฮิโระลุ้นตัวโก่งเหมือนได้เรือพร้อมลูกเรือถ้าตอบถูก “ถูกต้องนะค๊าบบบบบบ!!!!!!” เยส!เยส!เยส!

โป๊ก!โป๊ก! สากกระเบือพรีเมี่ยมในมือเอมิฟาดเข้าไปที่ปากพวกตัวป่วนไม่เลือกเวลา มาซาฮิโระและบาลฟันร่วงหมดปากพูดไม่ได้ ต้องนั่งเก็บฟันเข้าปากไปอุดรูเดิม

“ใช่ค่ะ เป็นสมบัติจริงๆ กลุ่มของพวกเราและกลุ่มระดับสูงในเรือกลุ่มอื่นๆเดินทางเข้าไปสำรวจเกาะที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งทางเหนือพร้อมกัปตันแจ๊ค เราพบโบสถ์คริสตัลโบราณขนาดใหญ่โครงสร้างซับซ้อน
ที่ดูแล้วฝีมือมนุษย์ไม่มีทางสร้างได้แน่นอนค่ะ คณะเดินทางทั้งหมดเข้าไปสำรวจโบสถ์ที่มีป้ายบอกชื่อสถานที่ปักไว้ว่า “รังของซุปเปอร์แมน” “ 

“ซุปเปอร์แมน!” เรฟอุทานแสดงอาการตกใจ “นิทานกล่อมเด็กเรื่องหนุ่มไบฯ บินได้กางเกงในแดงเนี่ยนะ มันมีจริงหรือเนี่ย” เรฟบอกอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“มีจริงค่ะ ในบันทึกโบราณของโบสถ์คริสตัลบอกว่าตัวเขาได้ข่าวเกี่ยวกับบ้านเกิดที่อยู่ไกลมากโดยตรงจากผู้สร้าง ไกลจนมนุษย์ทุกคนไม่มีทางไปถึง เขาจึงเดินทางเพื่อกลับบ้านเมื่อ400ปีก่อน”

“ในบันทึกบอกไหมครับว่าที่ไหน?”เรฟถามต่อ “ตัวเอมิเองก็ไม่รู้ว่าที่ไหน ในบันทึกบอกว่าเป็นที่ที่อยู่ไกลออกไปจากแท็กแลนด์มากค่ะ มันเรียกว่า ดาวคริปตอน กลุ่มดาวM78″เอมิตอบ

‘ที่ไหนเนี่ย ได้ยินตำนานการเดินทะเลมาก็มาก ไม่เคยได้ยินเรื่องสถานที่แบบนี้เลย’ มอริสช่างเครื่องที่ซ่อมเพิร์ลจนปางตายคิด

“เล่าต่อเถอะครับ”เรฟบอก เอมิจึงเล่าเรื่องของเธอต่อไป “นอกจากบันทึกเรื่องซุปเปอร์แมนแล้ว เราพบอีกบันทึกหนึ่งค่ะ มันบอกถึงวิธีพบผู้กับผู้สร้าง ผู้ใดที่ได้พบจะทำให้ความปรารถนาตนเองเป็นจริง

พลังที่ได้รับจากผู้สร้างทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งพิชิตโลก” ทุกคนตั้งใจฟังมากกว่าเดิม มาซาฮิโระที่อุดฟันเสร็จแล้วนิ่งเงียบตั้งใจฟัง “วิธีพบผู้สร้างคือ รวบรวมศิลาทั้ง24ชนิด ที่กระจายอยู่ทั่วแท็กแลนด์

ให้ครบ แล้วเข้าไปในสถานที่ที่ศิลาบอก จะสามารถพบผู้สร้างได้ คนที่ได้พบผู้สร้างเป็นคนแรกและบันทึกตำนานนี้ไว้ก็คือ ซุปเปอร์แมนค่ะ แล้วเค้าก็ขอสิ่งที่ทำให้เขาสามารถเดินทางกลับบ้านเกิดได้

สมบัติอีกชิ้นที่เราค้นพบคือ แผนที่ทั้งหมดของแท็กแลนด์ ลูกเรือระดับสูงทุกกลุ่มและกัปตันแจ๊คกลับมาที่เรือ และได้วางแผนเดินทางค้นหาศิลานี้ด้วยกัน”เอมิพักหายใจสักครู่ก่อนจะเล่าต่อ

“อีกสามคืนถัดมา ขณะที่เรือกำลังแล่นอยู่กลางมหาสมุทรทางเหนือพวกเราอยู่คุยกันในห้องพักกลุ่ม กัปตันราดิชและคนรักขอตัวออกไปพูดเรื่องส่วนตัวกัน ในอีกไม่กี่นาทีต่อมาพวกเราได้ยินเสียงระเบิดอย่างรุนแรง

เรือสั่นเอียงไปมา เพิร์ลเมาเรือจนยืนไม่อยู่ เอมิและบาลลากเพิร์ลขึ้นมาถึงดาดฟ้าเรือ พบว่าเรือชนภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่และกำลังจม พวกเรารีบลงเรือบดฉุกเฉินลำเล็กที่เหลืออยู่แล้วรีบออกมาให้ไกลจากเรือที่

กำลังจะจม เราต้องรีบพายหนีไปให้ไกลก่อนเรือ ไทตานิกจะจม ไม่งั้นแรงดูดของน้ำจะดูดเรือของเราให้จมไปด้วย แล้วในน้ำที่เย็นขนาดนั้น ถ้าไม่มีเรือก็ไม่มีทางรอด แต่เอมิเห็นเรือบดลำหนึ่งที่ผิดสังเกต

มันอยู่ไกลเกินกว่าที่จะพายไปได้ตั้งแต่เกิดเหตุ ไกลมากจนแทบมองไม่เห็นทีเดียว เมื่อพายไปได้สักพักยังไม่ทันพ้นระยะของแรงดูดของน้ำ ไม้พายก็หักค่ะรอยหักเหมือนมีคนเอามีดมาบากไว้

และเรือบดฉุกเฉินก็รั่ว แต่บาลอุดรูรั่วและจับไม้พายที่หักมาซ่อมได้ทัน เมื่อพวกเราพายออกมาพ้นระยะแล้วหันกลับไปดู ปรากฏว่าลูกเรือคนอื่นนอนสลบในเรือตัวเอง เรือบดทุกลำจมลงทะเล

เรือไทตานิกจมหายมิดลงไปน้ำวนดูดเรือที่อยู่ใกล้ๆลงไปทั้งหมด เมื่อน้ำวนหยุดแล้วเราพายไปหาตรงจุดนั้นว่ามีใครรอดชีวิตบ้าง เราเจอกัปตันราดิชนอนอยู่บนเศษไม้ขนาดใหญ่

แต่ไม่เจอคนรักของกัปตัน เราหาจนเช้าก็ยังไม่พบใคร อีก7วันต่อมา พวกเราสี่คนพายเรือเข้าไปในเขตเกาะซีวิลและเรือประมงได้มาช่วยพวกเราไว้ พวกเราและกัปตันราดิชตัดสินใจจะเดินทางตามหาศิลาต่อไป

และได้ต่อเรือลำใหม่ขึ้นมาก็คือเรือแอนนาริสนี่หละ ถึงพวกเราจะไม่มีแผนที่แล้วแต่ก็พอจะจำได้คร่าวๆช่วยกันวาดแผนที่ใหม่ขึ้นมาแล้วเริ่มออกเดินทาง จากการสรุปกันของพวกเรา

มีคนได้วางยานอนหลับในอาหาร เจาะเรือ บากไม้พาย ขัดหางเสือเรือให้เลี้ยวไม่ได้และพุ่งชนก้อนน้ำแข็ง กัปตันราดิชจำหน้ามันได้คนที่ออกจากห้องเครื่องเรือเป็นคนสุดท้าย 

คนที่ลงเรือบดหนีเป็นคนแรกก่อนที่จะชนก้อนน้ำแข็ง คนที่ทำให้คนรักกัปตันต้องตาย คนที่ขโมยแผนที่ไปและกุมปริศนาทั้งหมดไว้ นายกอบ” เอมิเรียกชื่อของมันออกมา ชื่อที่นำไปสู่ปริศนาทั้งหมด

subchapter3 ขอผมเด่นมั่ง by มาซาฮิโระ

หลังจากทุกคนได้ฟังเรื่องเล่าถึงอดีตที่ไม่มีใครรู้ของแอนนาริส ทุกคนก็แยกย้ายกันไปคิดทบทวนถึงการเดินทางที่ตนเองได้เข้ามามีส่วนร่วม เพิร์ลนอนหนุนตักหลับสบายหายเมา

เอมิ นั่งพักผ่อนอยู่ในห้องประชุมรวม เชนด้านั่งเป็นหมอนให้เพิร์ลหนุน เรฟไปเตรียมอาหารเย็น บาลไปต่อD.L.300 ฝนกับมอริสไปคุยกันถึงปัญหาเรือรั่วเพราะชนก้อนน้ำแข็ง กัปตันราดิชยังไม่ตื่น

แต่มีชายคนหนึ่งกำลังเบื่อที่บทน้อยและไม่มีไรทำ มาซาฮิโระนั่นเอง เวลาว่างตั้งหกชั่วโมงจะให้ทำไร เรฟก็ทำอาหารได้อร่อยกว่า 

มาซาฮิโระจึงหยิบกีต้าร์คู่ใจมาแต่งเพลงเล่น 

แต๊วแนว..แต๊วแนว..แต่วๆ แต่วๆ..แตวๆ..แต้วๆ จะดีดกีต้าร์ก็ต้องตั้งเสียงก่อน มาซาฮิโระหยิบกีตาร์มาตั้งเสียง

แต๊วแนว..แต๊วแนว..แต๊วๆ แต๊วๆ..แต่วๆ..แต๊วแต๊ว บริ้งๆ(เสียงตบคอร์ดซี) “เอาหละใช้ได้” มาซาฮิโระรูดมือเช็คคอร์ดก่อนเริ่มแต่งเพลง

………..

………..

ฉ่าลา~เฮ็ดฉ่าลา~คือเม้นะโก อิ๊ซื้อคามาโก่โหว่~ อะยาโยอ้ายย้ายๆๆย้าาาาา “แต่งเพลงบ้าไรฟะ!ไม่มีอารมณ์เลยบิ้วไม่ขึ้น” มาซาฮิโระบ่นกับตัวเองก่อนวางกีตาร์ เขาไม่รู้เลยว่าเพลงงี่เง่าที่เขาแต่งขึ้น

อีกหน่อยจะถูกนำไปใช้ในการ์ตูนบู้ล้างผลาญปล่อยพลังยอดฮิตในอนาคต “ดราก้อน บอลลีคยูไนเต็ด” แต่นั่นก็เป็นเรื่องในอนาคตอีกไกล

มาซาฮิโระว่างจัดไม่มีไรทำ เดินมาเกาะขอบเรือเหม่อมองคลื่นทะเลอย่างว่างงาน

……ซ่าาาา……………………………….ซ่าาาาาา………..มีแต่น้ำทะเลกระเซ็นที่เห็นจนชินตา

ซ่าาาาา…………………………..ซ่าาาาา……………………น้ำทะเลปะทะท้องเรือที่กำลังแล่นต่อไป

………….ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาา…………………..ซ่า……………ยังไม่มีอะไร น่าเบื่อจริงๆ มาซาฮิโระคิด

……ซ่าาาาา……………ฟู้วววววว~…………………ซ่าาาาาา……นกเพนกวิ้นติดตอร์ปิโดพุ่งผ่านข้างเรือแอนนาริสไป

ซ่าาา………………ไม่มีไรน่าสนใจเลย………………..ซ่าาาาา……………

“เฮ้ย! เมื่อกี้มันตัวไรเนี่ย” มาซาฮิโระขยี้ตาชะโงกหน้ายื่นออกไปนอกเรือมองดูทะเลเบื้องหน้าอีกครั้ง แต่ไม่พบสิ่งใด”นี่เราเบื่อจนตาฝาดเลยเหรอเนี่ย พอแระ มองทะเลไปก็ไม่มีไร ไปมองเชนน่าดีกว่า กรึ๊ย~กรึ๊ย~”
แล้วมาซาฮิโระก็เดินเข้าโถงเรือ ไปดูสาวHต่อ แก้เบื่อ 

ขณะนี้พระอาทิตย์ตกแล้ว เรือแอนนาริสหยุดทอดสมอจอดเรือชั่วคราว เพื่อกินอาหารเย็น ก่อนจะล่องเรือเข้าเทียบท่าในอีกสองชั่วโมง เนื่องจากทุกคนหิวแล้วและกลิ่นอาหารของเรฟก็กระชากใจมาก

เพราะตอนนี้เพิร์ลนอนหนุนตักหลับปุ๋ยสีหน้าดูดีขึ้นเยอะ ทุกคนมาจัดงานฉลองเล็กๆด้วยอาหารมื่อใหญ่ที่เรฟทำเนื่องในโอกาศที่รอดจากโจรสลัดมาได้เป็นครั้งแรก ต่างคนก็พูดคุยเฮฮาปาจิงโกะกันไป

กัปตันราดิชนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้ “มาซาฮิโระ” กัปตันราดิชเรียก “มีไรครับ?” มาซาฮิโระที่กำลังแทะน่องไก่มองหน้ากับตัน งง งง

“ยังไม่เคยมีใครเห็นฝีมือบรรเลงของ มาซาฮิโระเลยลองโชว์หน่อยดีมั๊ย” มาซาฮิโระลุกขึ้นเดินไปหยิบกีต้าร์ “ไม่มีปัญหา”นักดนตรีหนุ่มตอบมั่นใจ ก่อนจะเริ่มดีดคอร์ดเล่นเพลง

“หากจะแว่ๆๆ เราหม่ายดีๆๆ หากเธอฟังนีส~นึงมันก่อดี หากจะแว่ๆๆ เราหม่ายดีๆๆ หากเธอฟังนีส~นึงมันก่อดี….” โป๊ก! กัปตันราดิชหยิบ โดนารูโตะ เดินมาฟาดข้อหาเสียงดีแต่ร้องเพลงห่วย

“โห่กัปตัน มันไม่มีแรงบันดาลใจอ่า อยู่ดีๆจะให้แต่งสดร้องสดเลยได้ไง” มาซาฮิโรงอแง กัปตันราดิชนึกวิธีสร้างแรงบันดาลใจได้เลยไปกระซิบข้างหูเอมิ เอมิพยักหน้าแล้วเดินมายืนข้างๆมาซาฮิโระ

ยื่นหน้าขาวเนียนเข้าไปใกล้ๆก่อนจะเอามือลูบหน้าอกตัวเองเบาๆแล้วเดินออกมา “โอ้ววววว” มาซาฮิโระเกิดพลังจินตนาการพุ่งพรวดสมองโป๊คเกอร์แจ่มใส แต่งเพลงบรรเลงสดขึ้นทันที

(คลิ๊กที่ลิงค์แล้วรอโหลดสักครู่แล้วเพลงจะเล่นเอง ถ้ารอแล้วยังไม่เล่นก็กดเพลย์ เปิดเสียงดังๆพอให้ได้อารมณ์เหมือนมาเล่นใกล้ๆ พอเพลงดังแล้วค่อยกลับมาอ่านต่อ)

http://www.doo-dd.com/music/play_full.php?id=87 

โว้ว โอ โว้ว โอ โว้ว โอ ชะ ชา
ฉะ ชะ ชา ด่าช้าชา ฉะชาดะช้าช้า
ทนกับตัวเองมานานเหลือเกิน ใคร ๆ เค้าก็ยังเมิน
ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีคู่ครอง
เธอมีใครหลายคนหมายปอง
ฉันเองก็ยังคอยมอง
แต่ไม่กล้าเหมือนเดิมจะทำฉันใด
*ถ้าหากรักนี้ ไม่บอกไม่พูดไม่กล่าว
แล้วเค้าจะรู้ว่ารักหรือเปล่า อาจจะไม่แน่ใจ 
อยากให้เค้ารู้ ฉันคงต้องแสดงออก 
ไม่ใช่ให้ใครเค้าบอก หรือว่าให้เค้าเดาเอง ว่ารักเธอ
ทนอึดอัดใจมานานหลายปี ไม่กล้าใกล้เธอซักที 
เจอกี่ครั้งก็ยังเป็นอยู่เช่นเคย
คุยกับตัวเองทำไมต้องกลัว เจอทีไรใจมันเต้นรัว 
ทั้งที่บอกกับตัวเองอยู่เรื่อยมา..ว่า(ซ้ำ *)
ใครจะไปคิดเอาเอง ว่าเธอนั้นมีใจ 
มันง่ายเกินไป เหมือนว่าหลงตัวเอง 
เอ่ยไปเลยว่ารัก ไม่ต้องเกรงใจใคร 
จะยากอะไรก็แค่บอกว่าฉันรักเธอ(ซ้ำ*)

น่าประทับใจมาก ร้องคนเดียวแต่แยกเสียงออกมาได้เหมือนร้องสองคน

เสียงเพราะมาก!มาซาฮิโระร้องเพลงจีบพร้อมมองหน้าเอมิเป็นระยะ “เป็นนักดนตรีแล้วสาวจะหลง” ไม่ใช่คำบอกที่เกินความจริงเลย ค่าcharm9ของมาซาฮิโระบัดนี้พุ่งเกินสิบแล้วในสายตาเอมิ

หลังกินอาหารเย็นเรือแอนนาริสก็ล่องต่อไปอีกสักพักจึงเข้าเทียบท่าที่เกาะดารูมะ ตอนเวลาประมาณสี่ทุ่ม





กางเขนน้อยไนติงเกล(edition2)

10 11 2008

Subchapter 8-1 เธอมาจากไหน

โอว~ อ้า~ อูว~ โอววววว~ สุดยอด~ เสียงครางดังมาจากใต้ท้องเรือ “พี่ขา นั่นเสียงอะไรคะ?” เด็กผู้หญิงตัวน้อยๆถามคุณหมอที่กำลังเช็คอาการของเธอให้ละเอียดที่ห้องพยาบาล 
“เอ่อ…..พี่เฟรย่าเขาคงกำลังขัดห้องที่จะให้หนูไปพักอยู่อ่ะจ้ะ เวลาทำงานเขาก็ชอบร้องแบบนี้แหละ อย่าไปสนใจเลยนะ”หมอสาวอกคัพD(เน้นเหลือเกิน-_-)บอกก่อนจะตรวจอาการต่อไป 

“ขัดห้องเสร็จแล้วจ้า!”เฟรย่าเดินเข้ามาในห้องพยาบาลในมือถือไม้ถูพื้นที่ปลายด้ามไม้มีเมือกใสปริศนาติดอยู่ “พี่เพิ่งขัดห้องให้เธอเสร็จเมื่อกี้เอง ลุกไหวไหมจ๊ะ”
“ไหวค่ะ”เด็กหญิงตอบ ทุกคนในเรือตอนนี้มาอัดกันอยู่ในห้องพยาบาลดูอาการของเด็กหญิงด้วยความเป็นห่วง เพราะสาวๆเรือลำนี้ทุกคนรักเด็ก(ประกวดนางงามกันได้ทุกคนเยย^^)
“น้องพอจะจำอะไรได้มั๊ยคะ?”กัปตันสาวสวมถามพร้อมหยิบแว่นดำขึ้นมาสวม “หนูจำชื่อตัวเองได้ค่ะ หนูชื่อเฟียร์ นอกนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกแล้ว”

“ฮือ ฮือ ฮือ..เศร้าจริงๆเลย”ลูกเรือที่รักเด็กมากที่สุดในเรือร้องไห้น้ำตาซึม “ตอนนี้เราคงต้องหาเกาะของเฟียร์แล้วพาไปส่งก่อน เราคงต้องหยุดการรวบรวมศิลาไว้ชั่วคราว”กัปตันเทียร์เสนอ
“หนูเฟียร์พอจะจำได้ไหมว่าหนูอยู่เผ่าอะไร”ลูกเรือที่เมื่อสักครู่ร้องไห้ตั้งคำถาม เฟียร์นั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มแฉ่งออกมา ลูกเรือทุกคนดีใจที่สาวน้อยนึกออกและรอฟังคำตอบ

“จำไม่ได้ค่ะ”เด็กน้อยตอบยิ้มกว้าง “ตึง~” ลูกเรือทุกคนล้มหงายท้องล้มลงไปพร้อมกัน “งั้นเราคงต้องใช้วิธีทดสอบเอาแล้วหละ”กัปตันเทียร์เสนอ ลูกเรือทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
ทุกคนพากันเดินเรียงแถวตามกัปตันขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ เหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่

ที่กลางดาดฟ้าเรือ กัปตันมองเฟียร์แล้วคิดพิจรณา7ตลบตามนิสัยคนเผ่าโปกเกอร์ ‘อืม ดูจากหน้าตาแล้วคงไม่ใช่คนเผ่าเฮนไต งั้นก็เหลืออีกสี่เผ่าลองทดสอบดูซิ’
“หนูเฟียร์ หนึ่งพันสามร้อยยี่สิบเอ็ด คุณซายน์สามสิบหารศูนย์จุดห้าได้เท่าไหร่?” งื่อ เอาอะไรมาถามหนูเนี่ย “ไม่รู้ค่ะ พี่ถามอะไรคะหนูงง” ไม่ใช่เผ่าโปกเกอร์

“ถ้าลมมาทางขวา เราต้องการหันเรือไปทางซ้ายเราต้องหมุนพวงมาลัยไปทางไหน” หนูเฟียร์คิดอยู่ครู่หนึ่ง “ทางซ้ายสิคะ” อ่า..เริ่มมีแวว พอรู้ทักษะการเดินเรือบ้าง
“ตอนนี้สภาพลมกับร่องน้ำเป็นไงมั่งจ๊ะ” หนูเฟียร์ ยืนกะปริมาณลมสักครู่ก่อนตอบ “ลมไปทางซ้ายความเร็วประมาณ5เมตรต่อวินาทีค่ะ ถ้าตีลูกสนามบลูลากุนสองแล้วหวังโฮลต้องเล็งขวาแล้วตีประมาณ180ค่ะ”
อูหู อ่านลมเก่งกว่าฉานอีก กัปตันเทียร์รู้สึกช๊อคเล็กๆที่อ่านลมแพ้เด็กตัวกระเปี๊ยก “แล้วร่องน้ำหละ”กัปตันถามต่อแก้เขิน หนูเฟียร์เดินไปเกาะขอบเรือดูร่องน้ำ “หนูไม่ยู้” อืม~ อาจเป็นคนเผ่าเซล กัปตันถามต่อ

“แม่ค้าขายผักอยู่หัวละ10tหนูจะซื้อราคาเท่าไรเหรอ?” ถามไรแปลกๆหนูเฟียร์คิด “ก็ซื้อ10tสิคะ” ไม่ใช่เผ่าซีวิล ถ้าเผ่าซีวิลอย่างน้อยคงตอบว่า 9tได้ไหมเจ๊ขาดตัว

“อ่า หนูเฟียร์หลบนี่ให้ดีนะ เฟรย่ามันอาจดูโหดไปหน่อยเธออย่าเข้ามาขวางนะ”กัปตันเทียร์ทำใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพุ่งหมัดไปที่ไหล่ซ้ายของหนูเฟียร์ วืด…….หนูเฟียร์เอี้ยวตัวหลบสบายๆ
กัปตันชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งอีกหมัดชุดสามหมัดตามไป วืด…วืด…และวืด ทักษะการต่อสู้ใช้ได้!กัปตันเทียร์เหลือบไปเห็นเฟรย่ายืนตัวสั่นยิกๆเพราะทนเห็นเด็กโลลิถูกทำร้ายไม่ได้
“ฟีน่า เจน จับตัวเฟรย่าไว้”กัปตันเทียร์หันไปออกคำสั่งกับหมอฟิน่าและเจน เพราะดูดูแล้วถ้าเฟรย่าพุ่งออกมาคงมีแค่สองคนนี้ที่จับไว้อยู่(ค่าไฟต์เก้าจ้า ส่วนรูนรักเด็กจับมะได้)
“หนูเฟียร์จ๊ะ สามหมัดเมื่อกี้หลบยากไหม?พี่ออกหมัดให้ต่อเนื่องกว่านี้ได้รึเปล่า”กัปตันเทียร์เริ่มกังวลกลัวว่าถ้าทดสอบต่อไปหนูเฟียร์จะเป็นอันตราย

“อ่า..ได้ค่ะ ถ้าเร็วแค่นี้หลบได้สบายมาก” อะไรกัน หมัดนั่นเร็วสุดของชั้นแล้วนะ กัปตันเทียร์ที่มีนิสัยชอบเอาชนะไม่ค่อยพอใจกับคำตอบเท่าไหร่ลืมตัวยิงหมัดรัวใส่หนูเฟียร์ทันที 

อุเรี๊ยยยยยยย่าาาาา! 

ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!

ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!

ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะ!ย่ะย่ะ!ย่ะ!อู้เหย่ออออ!(ปู่หล่อนเป็นสตาแพลตตินั่มหรือไงฟระ – -)

ลูกเรือทุกคนตะลึงจนก้าวขาไม่ออกที่จู่ๆกัปตันเทียร์ระดมหมัดใส่เด็กน้อยอายุ14ไม่ยั้งแบบนั้น ส่วนเฟรย่า ช๊อคสลบไปเรียบร้อย
แต่เรื่องที่ทำให้ทุกคนตะลึงยิ่งกว่าก็คือ หนูเฟียร์หลบได้ทุกหมัด กัปตันเทียร์ หยุดชกทรุดตัวก้มลงไปมือเท้าเข่าไว้ เผ่าดารูมะ แน่นอน

sub chapter 8-2 ค่ำคืนของไนติงเกล

ชะแร๊ง~ชะแร็ง~ แช๊ง~แช้ง~ แต้แนแหน่แน~ แนแหน่แหน่แน้แน้~ หล้าววววจ๋าาาาา ไหนลองหันมายิ้มหน่อยยยยซิ ยิ้มซิยิ้มซิ ทรี่รักยิ้มน้านนน นานนนน เอ๊ก เหล้าาาาาา จ๋าาาาาาาาาา
http://www.sa.ku.ac.th/sakuoke/6007mid.html 
คลิ๊กลิ้งนี้ก่อนอ่านต่อจ้า)

………..

………..

………..

………..(คลิ๊กยัง ถ้ายังไม่คลิ๊กก็คลิ๊กจิ)

………..

กัปตันเทียร์กำลังร้องเกะอยู่ในสถาพที่ดูแล้วจะหาคำเหมาะๆมาเรียกก็คงจะเป็น “เมาหัวทิ่ม” โดยมีเจนนักดนตรีประจำเรือช่วยบรรเลงเครื่องซินนีไซเซอร์ (เฮ้ย!ยุคนี้มีด้วยเหรอ แล้วจะเสียบปลั๊กตรงไหนเนี่ย)

โดยมีเจนนักดนตรีประจำเรือช่วยบรรเลงฮาร์โมนิกาที่เป่าได้มันส์ดุจใช้เครื่องซินนิไซเซอร์ คอยเป็นดนตรีแบคอัพ เรือไนติงเกลกำลังทำกิจกรรมยอดฮิตยามค่ำคืนของเรือ นั่นคือ การร่ำสุราาาาา เย้ 

คำเตือน:การดื่มสุราทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง กัปตันเทียร์ขณะนี้ค่าsailลดจากหกเหลือศูนย์แล้ว 

บรรดาลูกเรือต่างพากันมาสังสรรค์ในงานเลี้ยง ยกเว้น หนูเฟียร์ที่ไปเข้านอนแล้ว และเฟรย่า ที่ต้องคอยสังเกตการณ์อยู่บนเสากระโดงเรือ “ฮือๆ T-T อยากลงไปดริ๊งค์ด้วย” 

ต้นหนเฟรย่าแอบน้อยใจ แต่ช่วยไม่ได้ดันสมัครเป็นต้นหนเองจึงต้องงดเหล้าเข้าพรรษาไปโดยปริยาย ตัดกลับไปที่โถงเฮฮาใต้ท้องเรือ

“มิลลลลล ไปยกกับแกล้มมาอีกกก เฮื๊อก” ลูกเรือที่ดูแล้วเป็นสาวใหญ่ที่สุดในเรือออกคำสั่ง “ฮะป้าโรส” เด็กสาวกุ๊กผมเงินรับคำสั่ง เด็กสาว?ทำไมพูดฮะ??

“กรี๊ดดดดดดดดด!!”สาวใหญ่ร้องลั่น ลูกเรือทุกคนหันควับมามองว่าเกิดอะไรขึ้น ยกเว้นกัปตันเทียร์ที่ร้องเกะต่อไป “บอกแล้วไงอย่าเรียกชั้นว่าป้าาาาาาา”สาวใหญ่โมโหที่โดนจี้จุดพุ่งทะยานไปหาสาวน้อยผมเงิน

ยื่นเท้าถีบลงไปในลำคอผ่านหลอดอาหารเข้าไปเตะตับอ่อนสองที “ตุ๊บ.. อูยยยยย”สาวน้อยผมเงินจุกตัวงอคู้ตัวลงกับพื้น “ขอโทษฮะพี่โรส”เด็กสาวเงยหน้ามาขอโทษสาวใหญ่ ป้าโรสยิ้มละมุน
ยื่นมือมาลูบหัวของสาวน้อยอย่างอ่อนโยน “โถๆ มิลน้อยของพี่” เข้าทำนองเตะตับแล้วลูบหัว (O_o!? มีด้วยเหรอ)”หมอฟีน่า อึ๊ก มาช่วยทายาที่ท้องให้มิลหน่อย” ป้าโรสเรียกหมอ

หมอฟีน่าเดินโซเซมาทางป้าโรสในมือถือขวดเหล้าอย่างแรงของเกาะซีวิล “แสรงโสรมเหรียญทอง” หมอฟีน่ากระดกเหล้าอีกจิบก่อนจะควานมือสะเปะสะปะลงไปในเสื้อกาวน์แล้วหยิบครีมกระปุกแดงออกมา

“ปกติ อึ๋ก..พี่เกลียดตัวผู้นะจ๊ะ อึ๊ก.. แต่สำหรับน้องมิลที่น่ารัก ยกเว้นจ้ะ อึ๊กๆ” หมอฟีน่าบอกก่อนควักครีมในกระปุกทาลูบท้องน้อยของหนูมิล พรืดดด เสียงมือชุ่มครีมลื่นล้วงเลยลงไปในกะโปรง

“อ๊ะ ..อ้า..พี่ฟีน่า ตรงนั่นโดนของผมแล้วฮะ”มือของหมอสาวฟีน่าล้วงเลยไปโดนแท่งในกะโปรง โอ้อะไรเนี่ย สาวน้อยผมเงินน่ารักโลลิที่จริงเปนผู้ซายยยย 

“โทดทีนะ มือมัน อึ๊ก..ลื่น น่ะ”หมอฟีน่ายังลูบมือในกางเกงในต่อไป “อ้าาา…พี่พี่น่าฮะ..เอามือออกด้วยฮะ..อึ๊ย…” โอ้ อึ๊กๆ ลืมไป หมอฟีน่านึกได้จึงดึงมืออกจากกระโปรง ตรงเป้ากระโปรงดูตุงๆ
ขึ้นมาเล็กน้อย หนูมิลลุกขึ้นเดินไปห้องครัวเพื่อเอากับแกล้มตามที่ป้าโรสสั่ง หมอฟีน่าหยิบกระปุกยาในมือขึ้นมาดู “อ่าว อึ๊ก..ผิดกระปุกแฮะ แต่ช่างเหอะ ใช้แทนกันได้”ก่อนจะเก็บกระปุกยาที่มีฉลากกำกับยาระบุไว้ว่า

“ไวอากร้า ชนิดครีม ป้ายเดียวเสียวตลอดคืน” ลงกระเป๋า

รูนจัง สาวหูแมวรักเด็กที่ยังไม่ค่อยเมา เนื่องจากดื่มน้อยแต่ก็กำลังกึ่มๆเพราะคออ่อน เดินโซเซตามหนูมิลเข้าห้องครัวไปหยิบเหล้าเพิ่มเนื่องจากเหล้าใกล้หมดแล้ว

หนูมิลรู้สึกร้อนวาบๆแปลกๆตรงท้องน้อยที่พึ่งทาครีมบรรเทาปวดสูตรพิศดารไป ตรงส่วนเป้าของกะโปรงก็ตั้งเด่ไม่ยอมลงสักที “สงสัยคงยังหวิวๆที่โดนทาครีมเมื่อกี้อยู่มั้งเดี๊ยวก็คงหายเองแหละ” 

หนูมิลคิดแบบนั้น แล้วเดินไปเปิดตู้กับข้าวหยิบไส้กรอกอีสานรสหูฉลามผัดแห้งมาจัดลงในจานกับแกล้ม รูนจังเดินไปเปิดตู้เหล้าในครัวแล้วหยิบเหล้าแบล๊กแคทรสปลาทูผสมผลไม้หนึ่งขวดก่อนเดินโซเซมาคุยกับหนูมิล

“นี่ๆ มิล ตอนรูนไปหาปลาอยู่มิลไปทำอะไรกับกัปตันเทียร์ที่ห้องเหรอเห็นนอนแผ่หลาแขนขากางเชียว?”รูนจังสาวหูแมวยิงคำถามที่สงสัยมาตั้งกะchapter7ใส่หนูมิล

“อ๋อ ตอนนั้นน่ะเอง คือ ผมกำลังเอาขนมไปให้กัปตันที่ห้องฮะ ตอนนั้นกัปตันกำลังเบื่อเลยหาเรื่องฝึกร่างกายให้ผม กัปตันบอกให้เล่นยิงฉุบกับกัปตันฮะ ถ้าใครแพ้ต้องไปวิดพื้นบนโต๊ะแผนที่10ที

ผมแพ้บ่อยมากเลย T T วิดจนวันนี้เมื่อยแขนไปทั้งวันแล้วเนี่ย ผู้หญิงอะไรเล่นหยั่งกะผู้ชาย พอตาผมวิดรอบที่20 พี่รูนก็กลับมาพอดีอ่ะครับ” (แหมทำไปได้ เข้าใจว่าจึ๊กกระดึ๋ยกันมาตั้งนาน)

“อ๊ะ มิล ซ่อนอะไรไว้ในกระโปรงน่ะ ปลาใช่ไหมถึงว่าในตู้ไม่มีปลาเลย” ก็รูนจังไปเปิดตู้เหล่านี่นา รูนจังวางขวดแล้วเอามือมาคลำหาปลาที่เป้าตุงของหนูมิล “อื๋อ ปลาอะไรทำไม่แข็งๆ”รูนจังคิด

หนูมิลที่โดนรูนคว้าปลาตาเดียวไปบีบๆคลำๆ สติขาดผึงเนื่องยาผลของครีมแก้ปวด ปลาตาเดียวขยายตัวทะลุผ้ากระโปรงบางๆขาดแค๊วกสองมือผลักรูนจังล้มลงไปนอนนอนหยายที่พื้นครัว

“ว้ายมิลจะทำอะไรน่ะ”รูนจังถูกหนูมิลรวบจับมือทั้งสองข้างชูไว้บนหัว แล้วขึ้นคร่อม รูนจังตอนนี้กึ่มๆเพราะฤิทธิ์เหล้าไร้เรี่ยวแรงขัดขืนหนูมิลที่มีค่าfightเพียง3 (ไวอากร้า+6)

ถึงรูนจังจะรักเด็ก แต่ก็ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่น้าาาาา เค้ายังไม่พร้อมมมมม มิลจ่อเอวเข้าไประหว่างขาขอรูนจัง “ผมทนไม่ไหวแล้วขอผมนะ”มิลเอามือข้างหนึ่งเลิกขอบขากางเกงขาสั้นของรูนจังขึ้น 
จ่อเอวเล็งเป้าหมาย ดันเอวไปข้างหน้าสุดตัว

“เปรี้ยงงงงงงง” 

“อ๊ายยยยยยย”รูนจังร้องเสียงหลง

เสียงเปรี้ยงที่ดังขึ้นเนื่องจากสายฟ้าเซอุสที่พุ่งเข้ามาทางหน้าต่างห้องครัว ช๊อตหนูมิลดำเป็นตอตะโก หัวฟูคล้ายโลโก้เดอะเบรน (บรัสเตอร์คอล)

“เกือบไปแล้ว”รูนจังถอนหายใจอย่างโล่งอกกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะผลักแท่งฟืนหัวฟูสูง162เซน ออกจากบนตัวเธอ แล้วหยิบเหล้ารสปลาทูผสมผลไม้และกับแกล้มที่จัดไว้กลับห้องเกะ

“ฟีน่า มิลเป็นอะไรไม่รู้นอนสลบอยู่ในห้องครัว” หมอฟีน่ากระดกเหล้าอีกอึกก่อนจะเดิน งง งง ไปดูอาการของหนูมิล

sub chapter 8-3 เปิดตัวมิสFHM

วันที่วุ่นวายอีกวันหนึ่งของเรือไนติงเกล หลังจากงานเลี้ยงโอเกะเมื่อคืน วันนี้ลูกเรือทุกคนมีงานมากมายให้ทำ ป้าโรสต้องเดินเอาไม้อุดรอยรั่วทั่วเรือที่มากจากเฟรย่า เนื่องจากเมื่อคืนกัปตันชาวโปกเกอร์

เกิดมีความคิดว่าอาจมีสิ่งอันตรายที่ทำให้เฟียร์จังเรือแตกอยู่ในเส้นทางที่มุ่งไปเกาะดารูมะ จึงสั่งให้เฟรย่าที่มีประสาทสัมผัสเกี่ยวกับทะเลเยอะที่สุดอยู่ยามกะแรก แต่ดันไม่มีคนมาเปลี่ยนกะ

ทำให้เฟรย่าเกิดอาการจิตหงุดหงิม หยิบไม้ถูพื้นคู่กายขัดพื้นทะลุไปทั่วเรือจนเรือเป็นรูเต็มไปหมด กัปตันก็ว่าอะไรไม่ได้เนื่องจากเป็นความผิดของตนเองที่เมาแอ๋ไม่รู้เรื่องแล้วไม่ยอมไปเปลี่ยนกะ

หมอฟีน่านั่งเอามีดขูดผิวหนังที่ไหม้เกรียมของหนูมิลที่โดนบรัสเตอร์คอลเข้าไปเมื่อคืน ตอนนั้นเธอลืมนึกไปว่ามิลเป็นตัวผู้ ถ้าเป็นสาวๆโดนป้ายยาเข้าไปแล้วไปทำไรกันก็คงไม่มีปัญหา

แต่หนูมิลนี่สิดันเป็นตัวผู้ เลยโดนบรัสเตอคอลไปเต็มๆซะงั้น รูนจังสาวหูแมวนักสู้ประจำเรือก็ต้องเข้าครัวทำอาหารแทนหนูมิล วันนี้เมนูที่มีถึงมีแต่ปลาดิบทั้งนั้น ที่จริงรูนจังทำอาหารเก่งนะ

เมื่อก่อนรูนจังเคยเปิดร้านซูชิขายอยู่ที่เกาะดารูมะแล้วร้านของเธอก็ขายดีเสียด้วย แต่เนื่องจากเธอเป็นสาวแมวเหมียวจึงชอบกินปลาสด เฟรย่าก็โดนป้าโรสสั่งให้มาช่วยอุดแผลเรือที่เธอเป็นคนทำเมื่อคืน

กัปตันเทียร์เมาค้างเนื่องจากดื่มหนักลุกไม่ไหว นักดนตรีเจนก็ต้องช่วยเดินเก็บเศษไม้แตกที่กระจายไปทั่วเรือให้เรียบร้อย 

ยังมีลูกเรือไนติงเกลอีกคนที่ยังไม่เคยมีใครพูดถึง ลูกเรือที่เรียกได้ว่าสวยที่สุดในเรือเซนต์ไนติงเกล!นางงามFHM12สมัยซ้อน!(FHM=fair hentai maestro แฟร์เฮนไตไมซทโร

รางวัลครูสอนดนตรีสาวที่สวยที่สุด)ผู้ชนะเลิศประกวดสาวหุ่นเพชรฆาตใจครั้งล่าสุด!เจ้าของสถิติแค่มองหน้าผู้ชายก็ตายแล้ว สูงที่สุดในโลกคนปัจจุบัน!

เเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเรรรรรรรรรรรรรรรรรรดดดดดดดดดดดดด วาเลนไทน์น์น์(ลากเสียงแบบโฆษกมวย)

…………..

…………..

…………..

…………..

…………..

แล้วไงอ่ะ 

…………..

…………..

…………..

เอ่อ..ตอนนี้เธอยังไม่มีอะไรทำ เลยเดินเข้าไปในห้องพยาบาล ไปเล่นเพลงแอซแซสซินครอสซันเซ็ท เพื่อให้หมอฟีน่า กรีดมีดลอกหนังเกรียมๆ ของมิลได้เสร็จไวขึ้น (เกริ่นตั้งนาน ได้ออกแค่เนี้ย – -a)

ไหนๆหนูมิลก็นอนสลบตั้งเด่ทะลุกะโปรงไม่ได้สติอยู่แล้ว หมอฟีน่าเลยถือโอกาศจับขริบให้ซะเลย ทีแรกก็กะจะตัดเหมือนกัน แต่เปลี่ยนใจ เพราะเก็บไว้โยกเล่นตอนเบื่อก็น่ารักดี

หนูเฟียร์อาสาไปดูลมและสภาพอากาศแทนเฟรย่าที่กำลังทำความสะอาด ทุกคนทำงานหนักจนพระอาทิตย์ตกดิน ขณะนี้เวลาประมาณ 2 ทุ่ม เรือไนติงเกลเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือด้านเหนือของเกาะดารูมะเป็นที่เรียบร้อย





เด็กเรือแตก(มะช่ายเด็กใจแตกนะ)

10 11 2008

เรือแอนนาริส ที่เพึ่งรอดจากการระดมยิงมาหมาดๆแล่นเข้าสู่ช่องกระแสลมหลักที่พัดไปยังเกาะดารูมะ ซึ่งพวกสลัดเกรียนครึ่งหัวก็ไม่ได้แล่นเรือตามมาแต่ประการใด จากการประชุมลูกเรือ 
มาซาฮิโระ(นักดนตรีบทน้อย)คาดการณ์ว่า โจรสลัดเกรียนครึ่งหัวคงจะจอดเรือรอดักควายที่เกาะร้างต่อ กัปตันราดิชผู้โชคดีที่โดนดักเป็นคนแรกหลบหนีมาได้ เพราะพวกมันเพิ่งเริมดักและยังยังตั้งตัวไม่ทัน 

จนกว่าจะถึงเกาะดารูมะ คงไม่มีอะไรที่หน้าเป็นห่วง นอกจากเพิร์ล (ทาเคโนะอุจิ)ที่มีฝีมือการต่อยตีเป็นเลิศแต่เมาเรือ กำลังนอนมือเท้าชาหงิกๆอยู่เนื่องจากปัดลูกปืนใหญ่ในตอนที่แล้ว 

เรือแอนนาริสไม่มีหมอ!ทุกคนลืมคิดไปได้ยังไง(คนแต่งก็ลืม โต้ดค้าบ -/\-)เมื่อเรือเทียบท่าคงต้องหาหมอสักคนแล้ว เรือแอนนาริสล่องทะเลต่อไป 
6ชั่วโมงกว่าจะถึงเกาะดารูมะ ไม่มีโจรสลัด ไม่มีพายุ ไม่มีตัวประหลาดทะเล น่าเบือจริงๆ! บาล ฝน และมอริสก็อุดรูรั่วเสร็จแล้ว เรือเดินหน้าต่อไปโดยสะดวก 

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น………….. 

ยังไม่มีอะไร……………. 

เหมือนเดิม……………. 

โล่ง……………….. 

มีแต่ทะเลธรรมดา………….(กัปตันหลับไปแล้ว) 

ถ้าเดินเรื่องของแอนนาริสต่อไป คงได้เขียนแบบเดียวกับข้างบนจนทุกคนเลิกอ่านเป็นแน่ ไปดูเรื่องที่น่าสนใจกว่าดีกว่า กรึ๊ยๆๆ สิ่งที่ทุกคนรอคอย…………..เรือหญิงล้วน!(รึเปล่า) 

ไกลออกไปจากเรือแอนนาริส…………………เลยเกาะดารูมะไปแล้ว…………ไกลออกไปอีก………………ไกลออกไป 
“แช้ง..ชะแร้ง..แช้งๆ..ชะแร้ง ” เสียงกีตาร์อันเป็นเครื่องดนตรีหมู่ยอดนิยมของเรือลำหนึ่งที่ลอยเท้งเต้งนิ่งๆอยู่กลางทะเล ดังเรื่อยๆอยู่เป็นระยะระยะ 

มีเรือบดลำเล็กๆขนาดส่วนตัว กำลังพายเข้ามาหาเรือฉิ่งฉับที่เก็บใบเรือจอดนิ่งลอยลำอยู่ “แช้ง..แช้งๆ..แบร้งๆ” เสียงดนตรีจากเรือสาวล้วนยังคงดังอยู่เรื่อยๆในขณะที่เรือบดลำเล็กจอดเทียบด้านข้างกาบเรือ 
มีแมวดำอุ้มเด็กหญิงที่สลบไสลไม่ได้สติขึ้นเรือ เมื่อดูให้ดีๆแล้ว ไม่ใช่แมวดำนี่นา แต่เป็นสาวสวยสวมทูพีชสำดำ(ว้าว~)ที่มีหูแมวและหางแมว(วู้ว~วู้ว~ชอบ ชอบ) 

สาวแมวเหมียวเดินเข้าไปในห้องกัปตันเรือ เห็นสาวน้อยน่ารักผมสีเงินนอนหอบหายใจรวยระรินอยู่บนโต๊ะแผนที่แขนขากางออกดูหล้ายรูปวิเวียทรูแมนของเลโอนาโดดาวินชี่อย่างไม่ทราบสาเหตู(คิดกันเองนะ) 
สาวสวยผมเปียอีกคนที่ดูจะเหนื่อยน้อยกว่านั่งหอบหายใจอยู่ที่พื้น “กลับมาแล้ว”สาวหูแมวร้องทักหญิงที่นั่งหอบหายใจอยู่ที่พื้น “ตกปลาเสร็จแล้วเหรอรูนได้อะไรมาบ้างหละ”สาวผมเปียเอ่ยขึ้น 

“นอกจากปลาหนึ่งเข่งแล้ว ก็เก็บโลลิจมน้ำได้คนนึงน่ะ ตอนเก็บได้ไม่หายใจก็เลยเป่าปู๊ดไปเต็มแรงทีนึง มีปลากระเด็นออกมาแต่ก็ยังไม่ฟื้นตอนนี้ก็ยังไม่หายใจเลยมาถามกัปตันเทียร์ว่าเอาไงดี ?” 
โลลิกลางทะเล!มีคนเคยบอกว่าทะเลเป็นขุมทรัพย์ที่มีค่ายิ่งของมวลมนุษย์แต่ไม่นึงว่าจะมีโลลิปนอยู่ในกองขุมทรัพย์นั่นด้วย สาวเปียดำหยุดความคิดฟุ้งซ่านไว้แค่นี้แล้วสั่งงาน 
“อยู่ไหนๆ รีบให้ฟีน่ารักษาเร็ว”หลังออกคำสั่งกัปตันสาวผมน้ำตาล(แต่เปียดำ)รีบลุกขึ้นจัดเครื่องแต่กายที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่พร้อมเดินเข้าไปที่ปากทางเข้าห้องโถงใต้ดาดฟ้าเรือ “ฟีน่าาาาาา มีคนเจ็บ” 
สาวสวยที่เข้าใจว่าเป็นกัปตันของเรือตะโกนลงไปในพื้นทางลงโถงเรือ

สาวทรงอึ๊มแต่งตัวเหมือนสาวหูแมวแต่มีเสื้อกาวน์คลุม วิ่งขึ้นมาที่ดาดฟ้าเรือพร้อมกระเป๋าพยาบาลหนึ่งใบ ลูกเรือสาวสวยอีกสี่คนโผล่ตามขึ้นมา “ผู้สร้างช่วย!สาวน้อยโลลิน่ารักของแท้”หนึ่งในลูกเรืออุทาน
สาวในชุดกาวน์รีบเอาหน้าแนบอกเด็กหญิงเพื่อเช็คดูอาการ “ยังพอช่วยทัน!”สาวอึ๋มถอดเสื้อกาวน์ออก เผยให้เห็นยกทรงสีดำคัพดีอกปริ (O.O!อู้หู)และกางเกงขาสั้นรัดรูปสีดำชัดเจน

เธอจับเด็กน้อยกางขาออก ขึ้นคร่อมก้มลงประกบปากของเด็กหญิง แล้วสอดลิ้นเข้าไปเขี่ยวนกระตุ้นต่อมรับรู้ในปากพร้อมพ่นลมหายใจเป็นระยะ ขณะเดียวกันสองมือก็กดลงไปบนอกเล็กๆของเด็กหญิง 
มือทั้งซ้ายและขวาคลึงวนรอบหน้าอกแต่ละข้าง มือขวาคอยกดลงไปที่หัวใจทุกๆประมาณสิบห้าวินาที เป็นที่รู้กันว่าการรักษาของหมอสาวเผ่าHนั้นมีวิธีที่แปลกกว่าเผ่าอื่นๆ แต่นึกไม่ถึงว่าจะขนาดนี้ ทุกคนที่มาดูสถานการณ์รอบๆกลืนน้ำลากเฮือกหน้าแดง ยืนมองการรักษาพยาบาล อย่างตื่นเต้น

สาวน้อยผมเงินสวมกระโปรงพรีสท่าทางอิดโรยเดินโซเซออกมาจากห้องกัปตันเพื่อมามุงดูสถาณการณ์ที่เกิดขึ้น “อุ๊…อือ…อุ….”ร่างของเด็กหญิงที่ถูกหมอสาวประกบปากขึ้นคร่อมสั่นเกร็งกระตุก
หมออกคัพดี ถอนปากออกสองมือ ขยุ้มหน้าอกสองข้างอย่างระรัวเร็วพร้อมกระแทกเอวบดกระดูกเชิงกรานอันทรงพลังเข้ากับท้องน้อยของเด็กหญิงสองที “อ้าาาาาาาาาาาา……”พรวดดดดดด!
น้ำทะเลทะลักออกมาจากปากของเด็กหญิงด้วยแรงดันส่งจากเอวของหมอพร้อมปลาอีกหนึ่งตัวที่คาดว่าไปอุดทางเดินหายใจอยู่ เด็กหญิงนอนหอบหายใจรวยระริน

“นึกว่าตอนเก็บได้ปลาจะกระเด็นออกมาหมดแล้วนะ”สาวหูแมวที่เป็นคนเก็บเด็กโลลิได้พูด เมื่อเห็นการปฐมพยาบาลอันระทึกใจและเห็นเด็กผู้หญิงตัวน้อยปลอดภัยแล้วลูกเรือคนหนึ่งอดหวิวไม่ได้
ขอตัวลงไปทำธุระส่วนตัวใต้ท้องเรือสักครู่ “อย่านานนักนะเฟรย่า จะได้ขึ้นมาคุยกับน้องคนนี้ด้วย”กัปตันสาวบอกลูกเรือ “อือ”ลูกเรือเฟรย่าตอบรับก่อนจะรีบวิ่งลงใต้ท้องเรือไป

เด็กหญิงไอเอาน้ำทะเลออกสองสามทีก่อนจะหันไปมองรอบๆตัว “ที่นี่ที่ไหน หนูเป็นอะไรไป หนูมาอยู่นี่ได้ยังไง?”คำถามมากมายออกมาจากปากเล็กๆสีชมพูของเด็กหญิงตัวน้อย ที่ขณะนี้กำลังออกอาการประหม่า
ตัวสั่นเป็นลูกนก ดูแล้วขาLเกิดอารมณ์ยิ่งนัก กัปตันเทียร์รีบโอบกอดตัวเด็กหญิงที่กำลังตื่นกลัวมาปลอบขวัญ “โอ๋ๆ นิ่งเตะนิ่งเตะ ไม่ต้องกลัวหนูปลอดภัยแล้วพี่สาวหูแมวคนนั้นช่วยหนูที่กำลังจมน้ำ
แล้วพาขึ้นมารักษาบนเรือนี่ ตอนนี้หนูปลอดภัยอยู่บนเรือไนติงเกลแล้วจ้ะ ไม่ต้องกลัวแล้วนะจ๊ะ”กัปตันเทียร์ที่ในมุมมองของเด็กหญิงตัวน้อยขณะนี้ มีใบหน้าโอบอ้อมอารีย์ดุจนางสาวไทยไร้เดียงสาผู้รักเด็กๆ

“โฮ…..”เด็กหญิงที่กำลังประหม่าและตื่นตกใจซุกหน้าร้องให้ซบอกของกัปตันเทียร์ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูด”ฮือๆ ขอบคุณพวกพี่ๆมากที่ช่วยชีวิตหนูไว้ แต่ตอนนี้หนูจำอะไรไม่ได้เลย”

กัปตันเทียร์ดึงเด็กน้อยเข้ามากอดอีกครั้งก่อนที่หมอฟีน่าจะพาเธอลงไปที่ห้องพยาบาลใต้ท้องเรือเพือตรวจให้ละเอียด





โชว์ฝีมือรบ

10 11 2008

บรึ๊ม!……………………………………………………………….ตูม!……….ซ่าาาาาาาา (น้ำกระเซ็น)

บรึ๊ม!บรึ๊ม!บรึ๊ม!บรึ๊ม!…………………………………………….. ตูม ตูม ตูม !………….. ซ่าาาาาาาาาาา (น้ำกระเซ็น)

ตูม! 

“หันหางเสือไปทางซ้ายเต็มกำลังงงงงง กางใบเรือเต็มที่…อี้..อี้.อี้ อี้(เสียงสะท้อน)”กัปตันราดิสตะโกนก้องแข่งกัปเสียงปืนใหญ่ที่ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย มอริส และฝน ต่างพากันเร่งซ่อมอุดรูรั่วของเรือ 
เป็นการใหญ่ เรฟวิ่งพล่านคอยขนตะปูและไม้ ส่งไปทั่ว “กัปตันคะ ไปทางซ้ายอีกนิดเดียว เราจะสามารถหนีเข้าไปในร่องกระแสน้ำหลักได้แล้ว” เอมิตะโกนลงมาจากยอดเสากระโดงเรือพร้อมกับอ่านร่องน้ำไปด้วย 

บรึ๊ม!บรึ๊ม!บรึ๊ม!บรึ๊ม!………”ลูกปืนใหญ่มาอีกระลอกแล้วค่ะกัปตัน!” 

“ตัดเชือก โยงเรือทั้งหมด หุบใบเรือ ทันที เราจะพุ่งเข้าไปแล้วว!” กัปตันออกคำสั่งเสียงก้อง 

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ชั่วโมงก่อน ณ ห้องประชุมเรือแอนนาริส 

“เราจะอ้อมหลังเกาะร้างไป” กัปตันราดิชฟันธงเลือกเสันทางเดินเรือให้ลูกเรือทุกคนทราบ พร้อมอธิบายรายละเอียดตารางเวลาต่างๆ เรฟไปเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารเที่ยง เชนด้าและมาซาฮิโระเข้าครัวไปเป็นลูกมือ 
บาลเดินตามเชนด้าไปแต่ถูกเอมิจิกหัวส่งไปทำงานข้างบนดาดฟ้าเรือ และให้บาลแนะนำงานกับลูกเรือใหม่สองคน คือ ฝนและมอริสด้วย ‘เออ มีสาวสวยหนึ่งคนก็ยังดี’บาลปลอบใจตัวเองก่อนจะเดินไปก้อร่อก้อติงฝน 
และปล่อยให้มอริสยืนงงอยู่คนเดียว 

เอมิขึ้นไปประจำอยู่บนเสากระโดงเรือ มองทะเล เบื้องหน้าและพักผ่อนอิริยาบทอยู่บนนั้น ‘ทำไมมันรู้สึกสงสัยอะไรตะหงิดๆนะ’เอมิไม่เข้าใจสาเหตุที่จู่ๆตัวเองมีความรู้สึกบางอย่างผิดปกติขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรมาก 
เธอจึงตั้งตาส่องกล้อง วัดลม พร้อมอ่านอากาศและกระแสน้ำไปเรื่อยๆ เพื่อลดความฟุ้งซ่าน 

ส่วนกัปตันราดิชไปประจำอยู่ที่หัวเรือ ที่ชอบไปยืนประจำ ลมทะเลเบื้องหน้าค่อยๆวิ่งกระทบผ่านใบหน้า ทำให้ผมสีมุขดำชี้โด่ชี้เด่ ปลิวสยายไปตามแรงลม (พระเอกเหลือเกิน)และแล้วกัปตันก็ทำสิ่งที่ทำเป็นประจำ 

…………… 
…………… 
…………… 
…………… 

หลับใน………… 

หลังจากออกเรือมาได้สองชั่วโมง เพิร์ลเคโนะอุจิ ที่สลบเหมือดเพราะกินพุดดิ้งเริ่มมีอาการดีขึ้นเพราะเรือโคลงเคลงน้อยลงกว่าตอนเทียบท่าเยอะ ลุกเดินออกมารับลมทะเลที่ดาดฟ้าเรือ 
“พุดดิ้งอร่อยไหมคะ?”ฝนถามขณะที่กำลังเช็คสภาพใบเรือ “อ่า..อื้ม..อร่อย”มันก็อร่อยจริงๆนั่นหละ ถึงเขาจะไม่อยากกินมันอีกแล้วก็ตามที 

ฝนยิ้มกว้าง”คุณเพิร์ลน่ารักจังเลย ถ้าชอบเด๋วฝนจะทำให้ทานบ่อยๆเลยนะ” 
“กุ๊กๆ กุ๊ก กุ๊ก กรู๊” เพิร์ลที่โดนพุดดิ้งแสนอร่อยหลอกหลอนเสียสติเข้าใจว่าตนเองเป็นนกชอบกินหนอนเดินโซเซเข้าโถงเรือไป “แหม คุณเพิร์ลเนี่ยดีใจจนออกนอกหน้าเชียว เย็นนี้ต้องพิเศษซะแล้ว” 
ฝนเดินเข้าครัว ไปทำพุดดิ้งแสนอร่อย บรึ๊ยๆ โดยเรฟฟังดูแล้วชอบจึงเสนอให้ทำหลายๆชิ้นเพื่อเป็นของหวานเย็นนี้ อา……สวรรค์ดึ๋ยๆบรึ๊ยๆของพุดดิ้ง……. นรกของคนเมาเรือ 

ขณะนี้เรือแอนนาริสแล่นมาจวนถึงด้านหน้าของเกาะร้างแล้ว เพียงอ้อมเกาะร้างไปทางขวา แล้วตัดกลับเข้าเส้นทางการเดินเรือหลัก แล่นต่ออีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะไปถึงเกาะดารูมะได้อย่างปลอดภัย แต่ทำไมยิ่งใกล้เกาะ 
เธอก็ยิ่งร้อนรนมากขึ้น คิดสิเอมิ คิด อะไรทำให้เธอเป็นแบบนี้ เมื่อเอมิคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆมาถึงรอบที่สี่แง่ที่สามสิบสอง เธอก็เข้าใจสาเหตุที่เธอกังวลมาตลอดทันที

เอมิก้มลงตะโกนไปยังดาดฟ้าเรือ “บาล!ปลุกกัปตันเร็ว เรียกทุกคนด้วยเราต้องหันเรือกลับเดี๊ยวนี้”เอมิตะโกนด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงเรื่องคอขาดบาดตาย บาลรีบวิ่งไปปลุกกัปตันละเรียกลูกเรือทุกคน 
“งืม~งึม~ ได้เวลาข้าวเที่ยงแล้วเหรอ?”กัปตันขี้เซา แสดงความตะกละออกมา 

“ไม่ใช่ค่ะกัปตัน!คนที่ท่าเรือไม่ใช่คนของสมาคมเดินเรือ สมาคมเดินเรือไม่เคยมีการเดินประกาศข่าวด่วนแบบนี้ นี่เป็นกับดัก!” 

สายไปเสียแล้ว เรือโจรลำใหญ่ติดธงรูปหัวกะโหลกไขว้ใส่แว่นมีผมเกรียนครึ่งหัวซ้าย อีกครึ่งเป็นทรงเดร๊ดร๊อคโผล่ออกมาจากเงามืดของเกาะร้างเมื่อเรือแอนนาริสเริ่มหันหัวเรือกลับเส้นทางหลัก 

“ห่ะ!นั่นมันเรือของโจรสลัดเกรียนครึ่งหัว เป็นไปไม่ได้ กะ กะ กรู โดนดักควาย”กัปตันลาดิชพูดอย่างโกรธแค้นในความเลินเล่อของตนเอง เพราะตั้งแต่เดินเรือมาก็ไม่เคยเห็นคนประกาศเหมือนกัน 

เรือแอนนาริสถูกหันหางเสือให้ย้อนกลับเส้นทางหลัก แต่กัปตันดูแล้วคงหนีไม่พ้นเรือโจรสลัดอย่างแน่แท้เนื่องจากไม่มีกระแสลมหนุน ถ้าหนีก็ไม่พ้น ถ้าเทียบเรือจุดจบของเขาคงไม่พ้นหัวเกรียน เพราะสมาชิกเรือเพียง 
9คนผู้หญิง3คนแถมยังเป็นสมาชิกใหม่ที่เขายังไม่เคยเห็นฝีมือการรบคงจะไม่สามารถรับมือ กลุ่มเกรียนครึ่งหัว ที่มีสมาชิกเกือบหนึ่งกองร้อยได้ กัปตันตันสินใจไม่ถูกว่าควรทำอย่างไรดี 

“ไม่หันหัวเรือกลับ พุ่งไปทางเกาะร้าง”กัปตันออกคำสั่งดังลั่น บาลไม่เข้าใจและลูกเรือไม่เข้าใจว่ากัปตันดิดอะไรจึงทำแบบนี้ แต่บาลก็หันหางเสือเรือพุ่งไปที่เกาะทันที “กางใบเรือเร่งความเร็วเต็มที่”กัปตันสั่งอีกครั้ง 
มอริสและฝนเมื่อเห็นบาลพุ่งไปทำงาน จึงรีบไปกางใบเรือตามสั่งอย่างไม่ค่อยแน่ใจ มาซาฮิโระช่วยปลดเชือกมัดใบตามเสาต่างๆ ส่วนเรฟ เพิร์ล และเชนซึ่งไม่ชำนาญเกี่ยวกับการเดิน เรือได้ขึ้นมาดู 
สถานการณ์บนดาดฟ้า และหยิบอาวุธที่หาได้มาเตรียมรับมือ 

กัปตันเห็นลูกเรือเลิกลั่กและข้อนข้างตื่นเนื่องจากไม่เข้าใจสิ่งที่ตนกำลังทำ “เราจะไม่พุ่งเข้าเทียบเรือ!เราจะแล่นฝ่าไปทางซ้ายของเกาะ จุดเลี้ยวของเกาะจะช่วยกั้นระหว่างเรากับมัน” 
“นั่นมันวิ่งเข้าดงปืนใหญ่เลยนะกัปตัน”บาลร้องเตือน 

“ตอนนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่เรามีแล้ว กางใบเรือเร็วเข้าค่ะ”เอมิเข้าใจและเห็นด้วยในความคิดของกัปตันราดิชจึงตะโกนเร่งให้ทุกคนเร่งการทำงาน เอมิหยิบกล้องมาส่องดู เห็นพวกเกรียนครึ่งหัวติดอาวุธมายืนสลอน 
ออกันเต็มดาดฟ้าเรือ ดูน่าทุเรสยิ่งนัก ‘มันคงคิดว่าราจะเข้าเทียบเรือแน่’เอมิเอากล้องลงพร้อมพุ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การอ่านลมและร่องน้ำ “เอาเลยค่ะกัปตัน!”เอมิส่งสันยานเมื่อเรือพุ่งเข้าไปเฉียดเกาะ 

“หักซ้ายสี่สิบห้าองศา!”กัปตันตะโกน บาลหักพวงมาลัยเรือหมุนติ้วไปทางซ้ายอย่างเชี่ยวชาญ เรือแอนนาลิสเลี้ยวไปทางซ้ายในทันที เอมิส่องกล้องดูอีกครั้ง พวกเกรียนครึ่งหัวที่ออกันที่ดาดฟ้าเรือ พากันหยิบลูกปืนใหญ่ 
มาบรรจุในลำกล้องปืนใหญ่สี่กระบอกที่ยื่นออกมาข้างกาบเรือแล้วพากันปรับมุมยิงอย่างรวดเร็ว 

บรึ๊ม!…………”ลูกแรกมาแล้วค่ะกัปตัน!”……………….ตูม!……….ซ่าาาาาาาา 

ลูกปืนใหญ่ที่ยิงเพียงลูกแรกพุ่งลงน้ำเฉียดกาบเรือด้านขวาไปเพียงนิดเดียว แสดงถึงความสามารถในการยิงปืนใหญ่ของโจรสลัดเกรียนครึ่งหัวได้อย่างชัดเจน 

บรึ๊ม!บรึ๊ม!บรึ๊ม!บรึ๊ม!ลูกปืนใหญ่สี่ลูกถูกยิงมาพร้อมกัน พุ่งมาทางหัวเรือ ท้ายเรือ กาบขวา และ กลางเรือ “ลูกบนสุดโดนแน่กัปตันนนนนน!ทุกคนหาที่ยึดเร็วววววว!”บาลตะโกนก้อง 
ทุกคนยึดหาที่จับยึดไว้ให้มันได้แล้ว ยกเว้น เพิร์ลคนเดียว ที่เดินโซเซอยู่กลางเรือเพราะกำลังงงที่เรือหักเลี้ยวกระทันหัน ลูกปืนใหญ่สีดำพุ่งย้อยเข้าหาเพิร์ลพอดี”เพิร์ลลลลล!”กัปตันลาดิชตะโกนเรียกสุดเสียง

ตูม! ตูม! ตูม ! เปรี้ยง!!!!!!เสียงเหล็กกระทบเหล็กดังดุจฟ้าผ่า “พลังสิบตำลึงปาดพันชั่ง!”………ซ่าาาาาาาา ลูกปืนอีกสามลูกพุ่งลงน้ำไป 

มันเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเพิร์ลตวัดดาบวนเป็นโค้งวง จากด้านล่างของลูกปืนที่พุ่งใส่ตัว เวียนขึ้นไปทางด้านบน ดุจมาธาด อร์สลัดผ้าล่อวัวกระทิง พื้นไม้ดาดฟ้าเรือรอบตัวแตกร้าวเป็นบริเวณกว้าง ลูกกระสุนถูกเบนวิถีพลัง 
พุ่งขึ้นท้องฟ้าไปพร้อมกับความตื่นตะลึงของสมาชิกเรือ สวรรค์สร้างคนมาเท่าเทียมจริงๆ เพิร์ลที่มีจุดด้อยที่สุดตรงที่เกลียดน้ำและเมาเรือเป็นประจำมีพลังฝีมือสูงส่งสุดจะคาดเดา แต่ก็นั่นหละ สิบตำลึงปาดพันชั่ง 
ลูกปืนใหญ่เหล็กเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งฟุตที่พุ่งย้อยลงมา ตามหลักพลังงานจลน์ E=mghแล้ว ลูกปืนนั้นหนักกว่าพันช่างเยอะแน่นอน และแรงที่เพิร์ลต้องใช้ก็ไม่ใช่สิบตำลึง เพิร์ลถึงกับแขนขาชาขยับตัวไม่ได้

ลูกปืนใหญ่ตกลงมาบนหัวเพิร์ลอีกรอบแล้ว(ซวยซ้ำซ้อน)เรฟที่อยู่ใกล้เพิร์ลที่สุดถีบตัวเข้ากับขอบเรือพุ่งสุดตัว เข้าใส่เพิร์ล ….ตูม! 

ลูกปืนลูกสุดท้ายตกทะลุดาดฟ้าเรือลงไปแต่ไม่ทะลุผ่านท้องเรือเนื่องจากความแรงลดลงมากจากการที่พุ่งขึ้นไปและตกลงมาในความสูงที่น้อยกว่าเดิม 

กัปตันราดิชตั้งสติได้ ได้ออกคำสั่งลูกเรือทุกคนทันที 

“หันหางเสือไปทางซ้ายเต็มกำลังงงงงง กางใบเรือเต็มที่…อี้..อี้.อี้ อี้(เสียงสะท้อน)”กัปตันราดิสตะโกนก้องแข่งกัปเสียงปืนใหญ่ที่ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย มอริส และฝน ต่างพากันเร่งซ่อมอุดรูรั่วของเรือ 
เป็นการใหญ่ เรฟวิ่งพล่านคอยขนตะปูและไม้ ส่งไปทั่ว “กัปตันคะ ไปทางซ้ายอีกนิดเดียว เราจะสามารถหนีเข้าไปในร่องกระแสน้ำหลักได้แล้ว” เอมิตะโกนลงมาจากยอดเสากระโดงเรือพร้อมกับอ่านร่องน้ำไปด้วย 

บรึ๊ม!บรึ๊ม!บรึ๊ม!บรึ๊ม!………”ลูกปืนใหญ่มาอีกระลอกแล้วค่ะกัปตัน!” 

“ตัดเชือก โยงเรือทั้งหมด หุบใบเรือ ทันที เราจะพุ่งเข้าไปแล้วว!” กัปตันออกคำสั่งเสียงก้อง 

ฝนและมอริสทะยานขึ้นไปบนยอดเสาเรือตัดเชือกขึงใบเรืออย่างรวดเร็ว ลูกปืนใหญ่พุ่งเฉียดใบเรือของแอนนาริสไปอย่างเฉียดฉิว “กางใบเรือสำรอง!”กัปตันราดิชสั่งอีกครั้ง ฝนและมอริสปลดใบเรือสำรองลงตามคำสั่ง 

ใบเรือแอนนาริสกางออกรับลมทะเลเต็มที่ ก่อนจะพาเรือพุ่งผ่านเหลี่ยมเกาะ พ้นวิถีลูกปืนใหญ่ไป “เฮ้อ…รอดแล้ว กว่ามันจะเลี้ยวอ้อมมาได้เราก็ไปได้ไกลพอจะเข้าสู่กระแสลมหลักแล้วหละ” 
กัปตันราดิชประกาศข่าวดี ลูกเรือทุกคนต่างเฮลั่นแสดงความยินดีที่ผ่านอันตรายมาได้อย่างฉิวเฉียด 

มีเพียงบาลเท่านั้นเดินมาหยุดมองลงไปที่รูโบ๋กลางเรือแล้วร้องไห้น้ำตาไหลพราก “โฮๆๆ D.L.300ของตรู แหลกไม่เป็นชิ้นดีเลย”





อันตรายที่รออยู่(part2)

10 11 2008

เมื่อกลับถึงเรือบาลมารอรับอยู่ข้างหน้าเรือแล้ว “โอ็ววววววว!กัปตันพาสาวสวยมาตั้งสองคน แจ่มโจ๊ะ จริงๆ หานั่น สาวเผ่าเฮนไตใช่ไหมโอ้วววววววว!”บาลที่เป็นพวกคลั่งHอยู่แล้วลูกกะตาทะลัก 
โชคดีที่เรฟฟุ่งเข้ามาเตะลูกตาบาลกลับเข้าเบ้าได้ทันก่อนจะกลิ้งตกทะเล ทุกคนพากันขึ้นเรือโดยที่บาลที่เป็นพวกคลั่งHยังจ้อง เชนด้าอย่างไม่ละสายตา ซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร 

เพิร์ลเดินหน้าไร้อารมณ์ออกมาที่ลานกลางเรือเพื่อทำความรู้จักกับสมาชิกใหม่ โดยที่ยังมีอาการเมาเรืออยู่แล้วรีบกลับเข้าห้องพัก ทุกคนก็ย้ายกันไปเตรียมตัวออกเรือ กางใบ ถอนสมอและตั้งหางเสือ 
ฝนสมาชิกเรือใหม่ยังไม่รู้ว่าเพิร์ลเมาเรือ จึงเข้าใจไปเองว่าเพิร์ลกำลังอารมณ์ไม่ดีจึงไปคุยด้วยที่ห้องอย่างร่าเริงหวังจะให้เพิร์ลอาการดีขึ้น 
“เป็นอะไรคะ มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า”ฝนถามพร้อมเขย่าแขนเพิร์ลเล็กน้อย ‘อย่าเขย่า ตูเมาเรือ’เพิร์ลอยากพูดแต่พูดไม่ได้ไม่งั้นอาจจะอ๊อก พร้อมกับมีสีหน้าแย่ลงกว่าเดิม 
ฝนตกใจมากจึงเขย่าตัวเพิร์ลแรงขึ้น”เป็นอะไรมากรึปล่าวคะท่าทางดูแย่มากเลย”โอยตูไม่ไหวแล้ว เพิร์ลคลื่นไส้หนักขึ้น 

“อ้อ เข้าใจแล้วค่ะ กินนี่สิคะ”ฝนยิ้มพร้อมกับหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมา “คุณคงยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า คงจะหิวสินะคะ กินพุดดิ้งนี่สิอร่อยมากเลยนะ ถึงมันจะ แหยะๆดึ๋ยๆบรึ๊ยๆไปหน่อยก็เถอะ” 
ฝนยื่นพุดดิ้งให้เพิร์ล เพิร์ลจะปฏิเสธน้ำใจสาวสวยหน้าใหม่ก็ใช่ที่จึงจำใจกระเดือกพุดดิ้งแสนอร่อยเข้าไป ฝนเดินออกไปจากห้องพร้อมยิ้มอย่างร่าเริง ‘อิอิ เรานี่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีจริงๆ’ 
ฝนคิดพร้อมกับเพิร์ลที่กินพุดดิ้งกลั้นอ๊วกจนสลบเหมือดคาที่ 

“ประกาศด่วน!ประกาศด่วน!จากสมาคมท่าเรือ มีเรือถูกสลัดเกรียนครึ่งหัวปล้นระหว่างทางไปเกาะดารูมะในเส้นทางเดินเรือหลัก ท่านที่ต้องการไปเกาะดารูมะควรไปทางเส้นทางเลียบเกาะร้างที่ปลอดภัยกว่า” 
ชายที่แต่งชุดของสมาคมท่าเรือ เดินประกาศข่าวล่ามาแรงไปทั่วท่าเรือเพื่อให้เรือทุกลำที่จอดอยู่ได้ยิน 

เมื่อได้ยินดังนั้นเอมิและกัปตันเรือ จึงลงความเห็นว่าเราควรดูเส้นทางเดินเรือกันอีกครั้ง มาซาฮิโระที่พึ่งขึ้นเรือมาก็พยักหน้าเห็นด้วยหงิกๆ เนื่องจากพอมีประสบการณ์การเดินเรือบ้าง 

ที่ห้องประชุมเรือ 

“เอาไงดีคะกัปตัน”เอมิถามถึงความเห็นของกัปตัน “ทุกคนว่าไงบ้าง”กัปตันราดิชลองเช็คเรทดู บาลนั้นมัวแต่มองเชนด้าที่กำลังนั่งเช็ดพิญจนตาดำหายไปไหนไม่รู้ปิดโหมดรับรู้ไปเรียบร้อย 
เรฟไม่มีความรู้ทางการเดินเรือจึงไม่เสนออะไร น้ำฝนและมอริสที่พึ่งสมัครขึ้นเรือแอนนาริสก็ไม่มีความคิดเห็นเช่นกัน(ค่าsailต่ำไม่มีสิทธิ์มีเสียง) 
ส่วนทาเคโนะอุจิ(เพิร์ล)เข้าโหมดสลบเหมือดไปเรียบร้อยเนื่องจากซัดพุดดิ้งเข้าไป 

“กระแสน้ำกับลมเป็นยังไงบ้าง”เอมิหยิบเครื่องมือวัดลมและแผนที่เดินเรือมากางตรวจดู “ลมในเส้นทางเดินเรือหลักมีความเร็วปานกลาง ส่วนลมในทิศทางเกาะร้างมีความเร็วต่ำกว่าเล็กน้อยค่ะ กัปตันว่าเราควรเลือกเส้นไหนคะ” 
กัปตันมองตารางลมและแผนที่ทะเลประกอบการตัดสินใจ “ลูกเรือเรายังใหม่อาจยังไม่คุ้นกับทะเลหากเจอกับสลัดเกรียนครึ่งหัว เราอาจพบปัญหาใหญ่นะคะ เอมิว่าเราควรอ้อมไปค่ะ อ๊ะแต่เดี๊ยวก่อนมันมีอะไรแปลกๆนะ” 
ระบบความคิด7ตลบ36แง่ของชาวโปคเกอร์ทำให้เธอรู้สึกสงสัยอะไรตะหงิดๆ มันเป็นความรู้สึกที่เธอเองก็บอกไม่ถูก “เอ่อ อ้อมไปก็ดีนะคะแต่มันรู้สึกสะกิดใจอะไรบางอย่างค่ะบอกไม่ถูก กัปตันว่าไปทางไหนดีคะ?” 

หลังจากสะระตะอยู่ครู่หนึ่งกัปตันราดิชก็ได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินเรือ ลูกเรือทุกคนรับทราบพร้อมแยกกันไปทำงาน





อันตรายที่รออยู่(part1)

10 11 2008

ตัดกลับมาที่เรือแอนนาริส พระอาทิตย์ย่ามเช้าเร่มขึ้นมาเต็มดวงแล้ว 

“มาๆเอาของวางนี่เลยจ้ะ จะพาไปหากัปตันนะ”เอมิบอกเรฟกุ๊กใหม่ของเรือ หลังจากที่วางข้าวของเรียบร้อยแล้วจึงพาเดินไปหากัปตัน”เคยขึ้นเรือมาก่อนไหมจ๊ะ” 

“เคยขึ้นเรือโดยสารจากเกาะดารูมะมาเกาะประมูลครับ”เรฟตอบพลางมองดูไปรอบๆตัวเรือ เรือเดินทะเลนี่ไม่เหมือนกับเรือโดยสารที่เขานั่งมาเลย สภาพออกจะเน้นไปทางการใช้งานมากกว่าการพักผ่อน 

“กัปตันคะ กุ๊กมาแล้วค่ะ”กัปตันพยักหน้าหงิหงิ “เอาไงต่อดีคะกัปตัน จะออกเดินทางเลยไหม?”กัปตันพยักหน้าอีกครั้ง ‘วันนี้ทำไมพูดน้อยจัง’เรฟและเอมิด้วยความสงสัยจึงเดินไปดูกัปตัน 

กัปตันลาดิสยังยืนหลับในอยู่ “โห ขี้เซาจริงๆ” เอมิหยิบสำลีสามก้อนออกมาจากกระเป๋าของเธอแล้วเอามันอุดจมูกกับปากของกัปตันขี้เซาไว้ “อือ อา อุ… ฮ๊วก! ใครเล่นอะไรบ้าๆเนี่ย!” 

กัปตันลาดิชโกรธจัดเวลามีคนมารบกวนตอนนอน “พากุ๊กมาแล้วค่ะ กัปตัน”เอมิตอบหน้ายิ้ม “อึ่มขาวเนียน ยกโทษให้”กัปตันพึมพัมในลำคอ “ว่าไงนะคะ”เอมิได้ยินที่กัปตันพึมพัมไม่ค่อยถนัด 

“อ่อ ปล่าวๆ ชมว่าดีแล้ว ไหนเรฟ เอาใบลงทะเบียนมาให้ดูหน่อยซิ”เรฟทำตาบ้องแบ้วมองกัปตัน”ใบอะไรครับ” 

“ก็ใบลงทะเบียนกับสมาคมการเดินเรือน่ะสิ”กัปตันตอบอย่างรวดเร็ว”ไม่มีครับ ต้องไปทำที่ไหนครับ”อ่า สงสัยยังออกเรือไม่ได้แฮะ “เอมิ ไปกับเราหน่อย พาลูกเรือใหม่ไปลงทะเบียนที่สมาคมกัน ตอนนี้คงจะเปิดแล้ว 
ให้บาลกับเพิร์ลนอนพักไปก่อนจะได้พร้อมเต็มที่กับการเดินทาง” แล้วกัปตันลาดิชและเอมิจึงพาเรฟไปกรอกใบสมัครที่สมาคมการเดินเรือที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเรือ แอนนาริสมากนัก ยังไม่มีคนอื่นนอกจากกลุ่มของพวกเขา 
และเจ้าหน้าที่เลย เนื่องจากเป็นเวลาเช้ามาก 

“มาสมัครเป็นกุ๊กทะเลครับ”เจ้าหน้าที่สมาคมมองดูหน้าเรฟแล้วหยิบใบสมัครให้กรอก เรฟรับใบสมัครมากรอกแล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่อ่านใบสมัครสักครู่หนึ่ง 

ป่าละลาลั๊ม! ปาล๊ามมมมม!(เสียงแบบเลเวลอัพในแรค) 

ยิงดีด้วย! คุณคือผู้ สมัครเข้าสมาคมการเดินเรือสาขาหมู่เกาะประมูลเป็นคนแรก ในตำแหน่งกุ๊ก!ทางสมาคมจะมอบเครื่องครัวชุดพรีเมี่ยมให้คุณ! 

เรฟตกใจเว่อร์จนกระเด็นออกไปนอกร้าน ตลอดชีวิตเขาไม่เคยถูกรางวัลอะไรใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย “เครื่องครัวชุดพรีเมี่ยม” เป็นที่รู้กันในหมู่พ่อครัวชั้นยอดว่า มันเป็นยอดเครื่องครัวที่ล้ำค่ามหาศาลเลยทีเดียว 

“โชคดีจังนะเรฟ”เอมิมองหน้าเรฟที่ตกใจเวอร์จนตอนนี้ขายังสั่นงั๊กๆ “อย่าตื่นของจนทำพังหมดหละ กร๊ากกก”กัปตันลาดิชแซวลูกเรือใหม่ ระหว่างที่เรฟกำลังตรวจสอบเครื่องครัวที่ได้รับมาซิงๆ 
เอมิเดินดูประกาศ สมาคมไปเรื่อย “ประกาศสำคัญ กลุ่มโจรสลัดเกรียนครึ่งหัว ยังอยู่ในน่านน้ำเขตเกาะประมูลนักเดินเรือทุกคนโปรดระวังตัวด้วย”กลุ่มเกรียนครึ่งหัว ปริมาณลูกเรือเพียง5คนของแอนนาริสคงไม่พอรับมือแน่ 
จึงเรียกกัปตันมาปรึกษาเรื่องการรับลูกเรือเพิ่ม ซึ่งกัปตันก็เห็นด้วย เอมิช่วยเรฟเก็บของจนเสร็จ ทั้งสามคนจึงพากันเดินหาลูกเรือในบริเวณท่าเรือ ตามใบคำแนะนำที่ขอจากสมาคม ด้วยความสามารถในการดูคน 
ของกัปตันราดิชและทักษะการเจรจาของเอมิ ทำให้ทาบทามลูกเรือฝีมือดีได้หลายคน 

จากการเดินสำรวจท่าเรือและปรึกษากับเอมิแล้ว ว่าควรจะรับช่างเพิ่มสักสองนักดนตรีหนึ่งกำลังดี จึงตกลงเลือก มอริช ช่างซ่อมเรือที่เปี่ยมด้วยฝีมือ และน้ำฝน ช่างซ่อมที่มีทักษะทางการค้า เข้ามาในส่วนของช่างซ่อม 
และได้มาซาฮิโระ นักดนตรีที่มีฝีมือในการทำกับข้าว มาเป็นผู้ช่วยกุ๊ก เนื่องจากคนในเรื่อที่มากขึ้นก็ต้องการกินมากขึ้นด้วยและเรือแอนนาลิสก่อนหน้านี้ก็เงียบเสียเหลือเกินที่ไม่มีทั้งไม่มีทั้งกุ๊กและนักดนตรี 
เมื่อทุกคนเตรียมข้าวของเสร็จ และกำลังเดินไปเรือแอนนาริสเตรียมออกทะเล “เฮ้ หนุ่มๆ ยังรับนักดนตรีไหม?” ทุกคนหันไปตามเสียงเรียก กัปตันกำลังจะบอกปัดเนื่องจากได้นักดนตรีแล้ว 

“เฮ้ย!”มาซาฮิโระอุทาน ตาถลนออกมานอกเบ้า กลิ้งกลุ๊กๆกับพื้น ทุกคนตะลึงพร้อมกันแต่กัปตันยังมีสติพอจะเบิ๊ดกะโหลกมาซาฮิโระที่ตกใจเวอร์เกินเหตุ 

สาวสวยผิวน้ำผึ้งในชุดเทพธิดากะโปรงผ่าที่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามาจากเผ่าHส่งยิ้มหวานแบบพอลล่ามาที่ลูกกระตาที่กลิ้งอยู่บนพื้นของมาซาฮิโระ หนุ่มนักดนตรีเผ่าโปคเกอร์เก็บลูกตาเข้าเบ้า 
ในใจจินตนาการเตลิดเปิดเปิงเจ็ดตลบสามสิบหกแง่”เอ่อ นักดนตรีมีสองคนจะเล่นสนุกกว่าเยอะนะกัปตัน”มาซาฮิโระพูดทันที(อาณุภาพcharm+2ช่างร้ายกาจนัก) 

“เนียนแบบนี้รับอยู่แล้ว”กัปตันตอบรับทันทีไม่รีรอ ทำให้ลูกเรือชายใหม่ทุกคนล้วนรู้สึกประทับใจในวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของกัปตันผู้นี้ 

“ดีแล้ว เอมิจะได้มีเพื่อนหญิงในเรือด้วย”เอมิกล่าวอย่างร่าเริง”เชนด้าค่ะยินดีที่ได้รู้จัก”สาวHแนะนำตัว





เฮ้ย!เกรียน

10 11 2008

กลางทะเลเขตหมู่เกาะประมูล 

หึหึหึ ฮ่าฮ่าฮ่า ชายผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ในเงามืดหัวโตะหัวเราะ อย่างออกรสชาด “เมาเรือเหรอกัปตัน”ชายหน้าซูบ หัวเกรียนครึ่งซ้ายส่วนครึ่งขวาเป็นรองทรงแซวกัปตัน “เอามันไปเป็นเหยื่อ ฉลาม!”ชายลึกลับคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว 
“ไม่นะกัปตันม่ายยยยย” ลูกน้องสองคนจับชายหน้าซูบหิ้วปีกลากออกไปนอกห้อง”อย่านะกัปตันม่ายยยยยยย”ชายหน้าซูบดิ้นรน แต่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ ทุกคนที่อยู่รอบโต๊ะ พากันเดินไปดูจุดจบของชายโชคร้ายที่ลานกลางเรือ 

ลูกกรงห้องใต้พื้นเรือถูกเปิดออก ชายหน้าซูบหน้าซีดจนเหมือนผี “เอ้าอาหาร”หนึ่งในชายล่ำพูดขึ้นพร้อมโยนเหยื่อผู้โชคร้ายลงไป “อ๊ากกกกกกกกกกก”ชายโชคร้ายร้องเสียงหลง ที่มุมของห้องใต้เรือปรากฎเป็นรูปร่างของสิ่งหนึ่ง 
ล่ำปึก กล้ามโต ขนหน้าอกรุงรัง เป้าตุง สวมบิกินี่ท่อนบนและล่างสีแดง หัวครึ่งซ้ายเกรียน ครึ่งขวาผูกผมแกละแบบน้องแนต ที่ต้นแขนขวาสักว่า “น้องรามี่”(หลาม) ข้างหลังสักรูปหัวใจสีม่วงดวงโต มีข้อความอันน่าสะพรึงกลัว ดุจหลุดออกมาจากปากของปีศาจร้าย 

“รักตุ๊ด” 

“มาหาเค้าอีกแล้วเหรอตะเอง” “อ๊าคคคคคคคค”ชายหน้าซีดร้องลั่นหวังให้มีผู้ใดมาช่วย “ใครแกล้งตัวเองเหรอ มามาเด๋วเค้าปลอบให้” กระเทยควาย หุ่น ประมาณยกแรดไหวย่างสามขุมเข้ามาจูบชายหน้าซีดอย่างหื่นกระหาย 
“อื้ม….ผู้ชายไม่ตกถึงท้องมานานแล้ว” เหล่าลูกเรือที่ทุกคนผมเกรียนครึ่งหนึ่งทนดูภาพการทรมานนั้นไม่ได้ พากันหลบไปออกอาการเมาเรือกันทุกคน ชายในเงามืดเดินออกมา อย่างภาคภูมิ “หึหึหึ ไอนี่แซวกรูดีนัก” 

ใบหน้าของชายใจโฉด ปรากฎแก่สายตาลูกเรือทุกคน เป็นคนเดียวในเรือที่หัวเกรียนครึ่งขวาครึ่งซ้ายไว้ผมบ๊อบเหมือนพระเอกเรื่องทวารยังหวายอยู่ ดูอุจาดตายิ่งนัก “ทุกคนดูไว้!ใครแซวข้าเกิน3ครั้งมันต้องเป็นแบบนี้!” 
ชายโฉดคำราม พร้อมขยับแว่นให้เข้ากับหน้าตาตี๊ตระกุลส้วม “เกรียนInw” เกรียน ไอ เอ็น ดับบลิว!(นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคคุลสมาคมหรือเหตุการณ์จริงแต่ประการใดทั้งสิ้น) 
หัวหน้าของ กลุ่มโจรสลัดเกรียนครึ่งหัว! คดีอุกฉกรรย์ที่พวกมันก่อไว้ทำให้ค่าหัวเกรียนของพวกของมันถีบตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว 

มันออกปล้นปัตตาเลี่ยนจากร้านตัดผมทั่วคุ้งน้ำ และนำมาใช้ในทางที่ผิด มันเอามาใช้เป็นอาวุธ! เรือที่ถูกมันปล้นจะถูกจับกล้อนหัวให้เกรียนอย่างโหดร้าย มันเผยแพร่ความเกรียนไปทั่วย่านน้ำหมู่เกาะประมูลโดยอ้างความ 
ชอบธรรมของอาจารย์ฝ่ายปกครอง ปัตตาเลี่ยนนั้นทำจากเหล็กและต้องใช้ความสามารถในเชิงช่างสูง จึงเป็นของส่งออกจากหมู่เกาะซีวิลเท่านั้นและมีราคาแพง เหล่าช่างตัดผม ร.ด.(รับดัดผมด้วย)เดือนร้อนไปทุกหัวระแหง 

“โลล่าจ๋า~” เกรียนinwร้องเรียกเสียงหวาน 

มีคำโบราณของแอฟริกาได้กล่าวไว้ว่า “ถ้าเราร่อนโคลนให้ละเอียดในนั้นย่อมมีทอง” มีผู้หญิงในกลุ่มเกรียนครึ่งหัว! โลล่า ชื่อของเธอ สาวคนเดียวในเรือเกรียนครึ่งหัว เนื่องจากหัวเธอไม่เกรียน จึงไม่มีคนนอกรู้ว่าเธอเป็นสมาชิกกลุ่ม 
เธอจึงไม่มีค่าหัว และมักถูกเข้าใจว่าโดนกลุ่มโจรสลัดเกรียนครึ่งหัวจับเป็นตัวประกัน สาวสวยผิวแทนจิกตามายังกัปตันเรือ ‘อูยยยย จิกได้โดนใจจริงๆ’กัปตันคิดด้วยความเสียวซาบซ่าน “โลล่าคอแห้งจังค่ะ~กัปตัน~” 

“ไปเอาน้ำส้มใส่นำแข็งมา!” เกรียนinwตวาดลูกเรือเสียงดังก้อง “แหม~กัปตันนี่น่ารักจังเลยนะค้า~”เธอลากเสียงหว่านเสน่ห์ เกรียนinwเปลือกตาตี่กระตุกรัวไม่เป็นจังหวะ”เอาอะไรก็บอกนะจ๊ะโลล่า พี่จะหามาให้” 
“เกรงใจจังค่ะกัปตัน” พลางดูดน้ำส้มที่ลูกเรือนำมาให้ นั่งหลบในร่มมองดูชายเกรียนครึ่งหัวทำงานอย่างสบายอารมณ์ ‘พวกนี้หลอกง่ายจริงๆ แค่อ้อนหน่อยก็ยอมหมดแล้ว’ 

โลล่า ที่ไม่ชอบทำงานหนักแต่รักการผจญภัย ได้มาสมัครขึ้นเรือเกรียนครึ่งหัวได้หลายเดือนแล้ว เพราะที่มีมีแทบทุกอย่างที่เธอต้องการยกเว้นหนุ่มหล่อสักคน “กัปตันขาอาทิตย์นี้จะมีเรื่องอะไรน่าสนุกไหมคะ” 
“มีแน่ๆจ๊ะ โลล่าคนสวย หึหึหึ”เกรียนinwหัวเราะอย่างมีเลสนัย ก่อนจะส่งจูบทุเรสให้โลล่า และเดินเข้าห้องแผนที่เรือไป





ยามเช้าของแอนนาริส

10 11 2008

………Cccc……….Zzzzz……… 

เสียงลมทะเล แบบอินเตอร์ เข้ากระทบโสตประสาท ของหนุ่มนักสู้ที่ยังไม่ตื่นดี เนื่องจาก นอนไม่หลับ “อุ๊…….อุ๊……แอวะ……..” เขาแสดงอาการเมาเรืออย่างออกนอกหน้า ก๊อก!ก๊อก! 

“ทาเคโนะอุจิ เป็นอะไรมากไหม” สาวสวยหน้าหมวยเดินเข้ามาในห้องพร้อมถามด้วยความห่วงใย “เอมิ เราบอกแล้ว ว่าเราไม่ได้ชื่อทาเคโนะอุจิ เราชื่อ เพิร์ล ไทล๊ววว..อ๊วกกกก” หนุ่มเมาเรือ ออกอาการอีกครั้งแต่ไม่มีอะไรออกมา 

“โอเค นาย เพิร์ล ไทล๊วก(จริงๆไทเลอร์นะ) เรือเทียบท่าไม่นานก็จะออกแล้ว อีกเดี๊ยวนายคงอาการดีขึ้น ชั้นไปเอาน้ำอุ่นมาให้นะ แล้วเรือน่ะเมาบ่อยๆเด๋วก็ชินเอง” เอมิจึงเดินไปเอาน้ำร้อน 

“ขอบใจมากนะเอ ม๊วกกกกก… แอวะ “ 
“เอมิ ย่ะ!” เอมิตะโกนตอบกลับ เพิร์ล นอนหมดแรงอยู่บนเตียงพร้อมน้ำร้อนแก้วหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าเอมิไปเอามาได้ยังไง พร้อมละเมอหลอกตัวเองในใจในความเมาเรือ “จิ๊บๆๆ วันนี้ฟ้าลมแรงจังเลย นกเพิร์ลน้อย จะหาหนอนละน้า” 
นกกระจอกน้อยหน้าเพิร์ลตาโตบ่องแบ้ว กำลังไล่จับหนอนในบริเวณทุ่งโล่งกว้างอันเงียบสงบ 

……..ซ่าาาาา…………ซ่าาาาาาา……… 

คำกล่าวที่ว่ากันว่าทะเลเดียวกัน แต่บุรุษนั้นได้ยินเสียงต่างกันคงจะจริง กัปตันยืนอยู่ที่ท้ายเรือหันหน้ามองทะเทเบื้องหลัง ไปยังตะวันยามเช้าที่ขึ้นได้เพียงครึ่งดวง มองจากข้างหลังจะเห็น ผมสีดำเหมือนไข่มุขราตรี ชี้โด่ชี้เด่ 
ตัดกับภาพ อาทิตย์ครึ่งดวงที่กำลังขึ้น ช่างมองดูเป็นพระเอกยิ่งนัก เอมิที่ตื่นเช้ามาดูสภาพลมทะเลและเช็คแผนที่เดินเรือ เผอิญเดินมาเห็นแผ่นหลังของกัปตันตัดแสงอรุณในมาดพระเอกเกิดอาการประทับใจจึงเดินเข้าไปคุยกับกัปตัน 
(ค่าcharm10ของกัปตันทำงานแว้ว) 

“กัปตันคะ” กัปตันไม่หันมา “กัปตันราดิสคะ คิดอะไรอยู่เหรอ” กัปตันยังไม่หันมา อะไรมันจะรักษามาดพระเอกขนาดนี้ เอมิที่มองจากข้างหลังเห็นกัปตันพยักหน้าเพียงเล็กน้อย 

เอมิจึงเดินมาข้างๆกัปตัน “เวรกรรมหลับใน” มาดพระเอกทลายลงอย่างสิ้นเชิงด้วยนิสัยขี้เซาของกัปตัน เอมิจึงเดินจากไปโดยปล่อยให้กัปตันลาดิส ยืนหลับในในท่าพระเอก ต่อไป 

ที่หัวเรือ 

เอมิมาหยุดอยู่ ที่หัวเรือชมความงามพร้อมจดจำภาพของเกาะประมูล อีกครั้ง เกาะที่รวมคนหลายเผ่าบ้างก็อยู่กันสงบบ้างก็วุ่นวาย เด็กน้อยหัวมายองเนสคนนั้นน่ารักดีแฮะ เดินมาทางเรือเราด้วย 
หนุ่มน้อยที่คาดว่าอายุประมาณ13โดยดูจากหน้าตา มาหยุดยืนดูเรืออยู่ที่หัวเรือแอนนาริส “มีอะไรให้ช่วยไหมจ๊ะ” 

“โห ขาวเนียน” 

“อะไรนะจ๊ะ ได้ยินไม่ชัดเลย” 

“อ้อ ผมมาเป็นกุ๊กให้เรือตามคำชวนของกัปตันราดิชน่ะครับ” “หา เด็กอย่างเธอเนี่ยนะ” “ผมอายุ17แล้วครับ”เด็กหนุ่มตอบ 

“ขึ้นมาก่อนสิ เธอชื่ออะไรหละ” “เรฟครับ” หนุ่มหัวมายองเนสตอบอย่างฉะฉานก่อนจะเดินขึ้นเรือไป





แอนนาริส

10 11 2008

‘หุหุ เจ้าบาลนี่ชอบโชวจริงๆ ถ้าเจ้ากุ๊กหน้าเด็กเห็นแล้วจะเป็นไงมั่งน้า’ ชายผมชี้เด่อย่างผู้นำ(!?)แอบหัวเราะในใจ พลางมองไปที่กุ๊กหน้าเด็ก หัวสีมายองเนสที่เดินเข้ามาดูของที่บาลหยิบออกมาอย่างสนอกสนใจ 
“เฮ้ย!นี่คือ โอววววว…..”บาลมีสีหน้าภูมิใจขึ้นทันที “5 5 5 ไงหละเจ้าหนู ผลงานศิลปะชิ้นใหม่D.L. 300จากเกาะเฮนไต(H) อันไกลโพ้นเลยนะ ทั่วหมู่เกาะประมูลนี้ มีเพียงข้าเท่านั้นที่มี” 

เรฟทำหน้าแปลกใจ “ไม่ใช่ชิ้นนั้น ผมหมายถึงศิลานั่นต่างหาก ที่อยู่ในถุงของคุณน่ะ”บาลจับผมทรงเด๊ดร๊อคของเขาบิดเล่นแก้เขิน ก่อนจะหยิบศิลาในถุงขึ้นมา”อันนี่น่ะเหรอ?” “ใช่ๆนั่นมันศิลาแห่งนักรบ ของเกาะดารูมะนี่ ผมไม่ได้เห็นของจากเกาะดารูมะมานานแล้ว จนเข้าใจว่าเกาะประมูลนี้มีแต่คนจากเผ่าH เท่านั้น”ในนัยย์ตาสีฟ้าของเรฟมีความคิดถึงบ้านปนอยู่”กัปตันข้าก็ชาวเผ่าดารูมะหละ”บาลพูดต่อเสียงดัง หันหน้าไปทางคนผมชี้ “โอ้ จริงเหรอครับผมไม่ได้พบคน จากเกาะดารูมะมานานแล้ว ที่นั่นตอนนี้เป็นไงบ้างครับ” เรฟพูดตาเป็นประกายพร้อมหันไปหาคนผมชี้ “ก็ เหมือนเดิม ที่นั่นยังเป็นเจ้ารักษาธรรมเนียมเหมือนเดิม”กัปตันตอบโดยไม่ใส่ใจมากนัก แต่เรฟยังมองด้วยตาเป็นประกายอย่างคาดหวังต่อ “เอางี้สิ ลองเอาอาหารแจ่มแจ๋วมาสักเมนู แล้วเราจะเล่าให้ฟังอีกเยอะเลย” “ได้อยู่แล้ว” เรฟตอบอย่างมั่นใจ ก่อนจะวิ่งผลุง เข้าไปที่ครัวพร้อมทำกับข้าวสุดฝีมือ กับตันหนุ่มมองเห็นการเคลื่อนไหวของเรฟ อย่างสนใจ อืม จังหวะการเก้าเท้าแบบสุดยอดนักรบ 

แถมฝีมือทำอะหารระดับกุ๊กเทวดา หายากจริงๆ”บาล เรือเรามีพ่อครัวหรือยัง” “ยังไม่มีเลยกัปตันลาดิส แถมสมาชิกปัจจุบัน รวมทั้งข้าและท่านก็ทำอาหารได้ห่วยแตกมาก แม้กระทั่งสาวๆในเรือของเรา” 
…………’อืม…โฉมงามกับอาหารหมา คงต้องกล่อมพ่อครัวคนนี้สักหน่อย’กัปตันคิดวางแผน 

ทำไมอาหารช้าอย่างงี้!!!!กัปตันเริ่มโกรธที่รออาหารนานมากเนื่องจากบาลกินเร็วจนตัวเขาได้กินไปนิดเดียว “มาแล้ว”เสียงนั้นประดุจเสียงสวรรค์เลยทีเดียว กัปตันลาดิส หายโกรธทันที พลังประสาททั้งหมดจับจ้องไปที่อาหารเบื้องหน้า ทันทีที่เรฟวางหาหารลงบนโต๊ะ 
กร๊วมๆๆ จั๊บๆๆ กัปตันตักอาหารเข้าปากอย่างไม่รอช้า”โอ๊ะ!!!!!รสชาดนี้มัน!!!!”กัปตันราดิสออกอาหารเหมือนได้ชิมอาหารของอากิยามะจางในจอมโหดกะทะเหล็ก “อร่อย นรกแตกกกกก!!”"ไหนชิมมั่งดิ” บาลตักอาหารในชามมากิน “เชร็ดสสสส เขร้ อร่อยสุดขอบโลก!” ทั้งสอง สวาปามอย่างรวดเร็ว โดยไม่แคร์อะไรในชีวิตอีกแล้ว 

ครู่ต่อมา “เอ๊กกกกกกก…หมดแล้วเหรอ” กัปตันราดิสยังคงอยากกินต่อ ถึงแม้จะอิ่มแล้วก็ตามที”เล่ามาได้เลยครับ”เรฟพูดด้วยสีหน้าภูมิใจในอาหารสูตรเด็ด “รีดความลับจากนักสับราง”ที่อร่อยจนผู้ชายที่ปากหนักที่สุดก็ต้องยอมเล่าเรื่องชู้รักทั้งหมดให้เมียฟังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ได้ๆ”กัปตันราดิสตอบ และเริ่มเล่าเรื่องของเกาะดารูมะ การเดินเรือไปหาสาวเกาะh การผจญภัยเกาะปีศาจบาลังก้า การฝึกการเดินเรือที่เผ่าเซล การซ่อมเรือที่เกาะซีวิลหลังโดนกลุ่มโจรสลัดโจมตี การค้นพบอารยธรรมโบราณ วอคราฟ2 คฤหาสน์ปีศาจ ที่เต็มไปด้วยศพเดินได้ การเต้นรำเป็นหมู่คณะของชาวเกาะออดิชั่น ชนเผ่าที่ใกล้ศูนย์พันธ์เพราะปัญหาเรื่องเงินโอทูแจม เรฟนั่งฟังด้วยความตื่นเต้น ตาเป็นประกาย หลังจากกัปตันลาดิส เห็นอาการเคลิ้มของเรฟแล้ว จึงออกปากชวนทันที “เรือเรากำลังต้องการกุ๊ก 
แล้วเรากำลังจะเดินทางไปเกาะดารูมะด้วยจะไปด้วยกันไหม?” เรฟอึ้งไปชั่วขณะ ‘เอาไงดี’ เลือดในกายหนุ่มเดือดพล่านร่ำร้องให้ออกเดินทางผจญภัย สองปีที่เกาะประมูล เรามีเงินเก็บเยอะแล้ว แต่ยังไม่เจอความตื่นเต้นในชีวิตเลย “เรือเราชื่อ แอนนาริสเราจะออกเรือพรุ่งนี้เช้า ถ้าสนใจพรุ่งนี้ 
ไปหาเราที่ท่าเรือเกาะประมูล นี่นามบัตรเรา กัปตันราดิส” เรฟรับนามบัตรและค่าอาหารมา และยืนครุ่นคิดอยู่นานก่อนที่ลูกค้าทั้งสองจะเดินออกจากร้านไป 

“บาลพรุ่งนี้เราได้พ่อครัวแน่ เปลี่ยนเป้าหมายการเดินเรือ ไปเกาะดารูมะ” “ทำไมกัปตันมั่นใจงั้นหละ”บาลถาม “กุ๊กนั่นมาแน่นอน เขามีแววตาของนักผจญภัย”

…………… 

…………… 

…………… 

…………… 

ฮู… ฮ้า… 

ฟ้ายังมีวันแจ่ม แหม่มยังมีวันท้อง 

สลากยังมีวันออก จะลาออกตอนนี้ไม่มีทาง! 

น้ำมันยังไม่หมด รถเราไม่เคยล้าง 

แต่หากจะให้ล้างมือ หมดจนต้องออกไปไม่มีทาง! 

ปิ๊ป! นาฬิการะบบริงโทนของเรือดังขึ้น บอกว่าเที่ยงคืนแล้ว “กัปตันกับบาลหายไปไหนน้า นานจังเห็นไปตั้งแต่หัวค่ำ”สาวสวยยืน พิง ลำพระเพลิง (เฮ้ยๆผิด) ยืนพิงหัวเรืออยู่ตามลำพัง “บู่ ~” สาวสวยหันไปทางต้นเสียง “มายืนทำอะไรอยู่คนเดียว “ต้นเสียงมาจากชายหน้าตาไร้อารมณ์คนหนึ่ง 
“มารอกัปตันน่ะ” “งั้นเด๋วเรารอเปนเพื่อน ” สาวสวยมองหน้าชายที่เดินมายืนข้างๆ ด้วยความสงสัยว่าเขาคิดอะไรจึงทำแบบนี้ แต่จากการมองดูสีหน้าเขาแล้ว ทำให้รู้ว่า ไอนี่มันไม่ได้คิดอาไรเลย แค่นอนไม่หลับแล้วเบื่อออกมาเดินเล่นก็แค่นั้น อ๊ะนั่น กัปตันมาแล้ว 

สักครู่กัปตันลาดิสจึงขึ้นเรือมา “ทำไมกลับช้าจังกัปตัน?”หญิงสาวถามด้วยความสงสัย “มีข่าวดีมา” “ข่าวอะไรเหรอ” “พรุ่งนี้เรือเราจะมีกุ๊กแล้ว” “กุ๊ก!!!”สาวสวยและชายหนุ่มหน้าตาไร้อารมณ์อุทานพร้อมกัน “กะ..กะ..กุ๊ก…กุ๊ก….กุ๊กกรู้”ชายที่หน้าไร้อารมณ์ตกใจจนแสดงอาการบ้าหนอนออกมาเลยทีเดียว(ชอบคิดว่าตัวเองเป็นนก จึงชอบหนอน)”เอมิ ทำไมเธอถึงขาวเนียนอย่างนี้” “หา..ตะกี้ว่าอะไรนะคะกัปตัน?” “อ่อป่าวๆ จะให้เธอเตรียมเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือไปเกาะ ดารูมะ แทน แล้วของที่ซื้อมาเป็นไงมั่ง” 
“นี่ค่ะ ลูกชิ้นปลา โด-นารูโตะ แบบที่กัปตันชอบ กับขนม ปัง โด-ปังย่า ได้มาในราคาถูกมากเลยค่ะ” “คนอะไรทั้งสวยทั้งเก่ง”บาลแซว สาวน้อยแกล้งทำท่าอายหน้าแดง เมื่อบาลเห็น ถึงกับ โอวววววว ใจละลาย~ใจละลาย~ ใจละลาย ละลาย ละลาย “พอๆ ไปพักกันได้แล้วพรุ่งนี้ต้องออกเรือแต่เช้า”ทุกคนต่างแยก 
กันเข้าห้องพักของตนเอง








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.